คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดดาวน์โหลดเพลงมาร์ชเทศบาลคลิกเพื่ออ่านรายละเอียดคลิกเพื่ออ่านรายละเอียดคู่มืออ่านเตรียมสอบท้องถิ่น ภาค กติวสอบ
ปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น


ปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น // บทความพิเศษ - โอฬาร ตั้งตราตระกูล ปลัดเทศบาลเมืองศรีราชา ประธานชมรมนักบริหารงานเทศบาลแห่งประเทศไทย

ข่าววันที่ 27 สิงหาคม 2551 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

 

                           ปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น

                                                     ใครคือผู้รับผิดชอบ

 

                ประเทศไทย มีการปกครองเป็นนิติรัฐ คือปกครองด้วยกฎหมาย เป็นกติกาของสังคม และปัจจุบันเราใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ตามมาตรา 6 บทบัญญัติของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้       

ปัญหามีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2551 ได้มีการคัดเลือกตัวแทนพนักงานเทศบาล จำนวน 3 คน เพื่อเป็นตัวแทนในคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 24 ซึ่งบัญญัติว่าให้มีคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลคณะหนึ่ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย 1) ผู้แทนส่วนราชการ 6 คน 2) ผู้แทนเทศบาล 6 คน (นายกเทศมนตรี 3 คน ปลัดเทศบาล 3 คน) และ 3) ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน นอกจากนี้มาตรา 23 ให้มีคณะกรรมการพนักงานเทศบาลระดับจังหวัด จำนวน 3 ฝ่าย 1) ส่วนราชการ 6 คน 2) ผู้แทนเทศบาล 6 คน (ประธานสภาเทศบาล 2 คน นายกเทศมนตรี 2 คน ปลัดเทศบาล 2 คน) 3) ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ในทำนองเดียวกันกับคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล

เมื่อคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลครบวาระการดำรงตำแหน่ง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ก็เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ทุกประการ ประเด็นปัญหาอยู่ตรงไหน ผมจะขอกรุณาเสนอความคิดเห็นที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นปัญหาให้ท่านทราบดังนี้                

กฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 หมวด 14 มาตรา 288 วรรค 3 เขียนไว้ดังนี้ คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น ตามวรรคหนึ่งจะต้องประกอบด้วย ผู้แทนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีจำนวนเท่ากัน ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ ก็ดูจะราบรื่นดี ไปดูกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 303 บัญญัติว่า ในวาระเริ่มแรก ให้คณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการแผ่นดินภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ดำเนินการจัดทำหรือปรับปรุงกฎหมายในเรื่องดังต่อไปนี้ ให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด และมาตรา 303 (5) บัญญัติว่า กฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายรายได้ท้องถิ่น กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายเกี่ยวกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นและกฎหมายอื่น ตามหมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ภายในสองปีนับ แต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 176 ในการนี้จะทำเป็นประมวลกฎหมายท้องถิ่นก็ได้        ในกรณีที่ปรากฎว่ากฎหมายใดที่ตราขึ้นก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ มีเนื้อหาสาระเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้แล้ว ให้ถือเป็นการยกเว้นที่จะไม่ต้องดำเนินการตามมาตรานี้อีก                

ดูเผินๆ แล้วก็คิดว่าคงมีระยะเวลาอีก 2 ปี กว่าจะใช้บังคับให้มีกฎหมายข้าราชการส่วนท้องถิ่น ฉบับใหม่ ตามมาตรา 303 (5) หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบาย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งก็โน่นแหละครับ ถ้าจะไปรอให้ครบกำหนดภายในกุมภาพันธ์ 2553 จึงจะครบ 2 ปี ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 305 (7) เขียนไว้ว่า มิให้นำบทบัญญัติมาตรา 255 วรรคห้า และ มาตรา 288 วรรคสาม มาใช้บังคับภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 ซึ่งทำให้มาตรา 288 วรรคสาม มีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2551 และทำให้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 16, 24 และ มาตรา 26 มาตรา 5, 23, 25 ซึ่งกำหนดให้มีคณะกรรมการในคณะกรรมการ อปท. (อบจ. อบต. เทศบาล) ระดับจังหวัด และคณะกรรมการกลาง อบจ. เทศบาล และอบต. ซึ่งตามกฎหมายฉบับนี้มีคณะกรรมการเพียง 3 ฝ่าย ขัด/แย้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 288 วรรคสาม และมาตรา 305 (7) ซึ่งให้มีคณะกรรมการสี่ฝ่าย ฝ่ายละเท่ากันและให้ใช้บังคับหลังประกาศใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยมีผลเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2551                       นอกจากนี้ ในมาตรา 74 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ บัญญัติว่า บุคคลผู้เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม อำนวยความสะดวก และให้บริการแก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ในการปฏิบัติหน้าที่และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน บุคคลตามวรรคหนึ่งต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง       ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งละเลยหรือไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหน้าที่ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง บุคคลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียย่อมมีสิทธิขอให้บุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือผู้บังคับ บัญชาของบุคคล ดังกล่าว ชี้แจง แสดงเหตุผล และขอให้ดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติในวรรคหนึ่งหรือวรรคสองได้        

ปัญหาจึงมีอยู่ว่า ถ้าเป็นไปตามที่ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกตกรม ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร คณะกรรมการกลางข้าราชการส่วนท้องถิ่นต่างๆ จะสามารถดำเนินการต่อไปได้หรือไม่ มติต่างๆ ที่ออกมาทั้งจากคณะกรรมการกลางและคณะกรรมการระดับจังหวัดจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ออกมาชี้แจงทั้งปัญหาข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติในอนาคตต่อไป 

รับเขียนเว็บไซร์คลิกอ่านรายละเอียดซิครับ ประกาศเมื่อ 24 กันยายน 2008 เวลา 19:50:12 เปิดอ่าน 4418 ครั้ง
รับออกแบบเว็บไซร์ เขียนสคริป โครงงานโดยนายพนมไพร ปารมี กรรมการฝ่ายวิชาการ nomonline@gmail.com