คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดดาวน์โหลดเพลงมาร์ชเทศบาลคลิกเพื่ออ่านรายละเอียดคลิกเพื่ออ่านรายละเอียดคู่มืออ่านเตรียมสอบท้องถิ่น ภาค กติวสอบ
บทบาทท้องถิ่นกับการบริการสาธารณะ // สกู๊ปพิเศษ - ทีมข่าวภูมิภาค


ข่าววันที่ 1 มกราคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

บทบาทท้องถิ่นกับการบริการสาธารณะ

 

                องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ถือเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด ประชาชนทุกพื้นที่ ทุกภูมิภาค มีความเกี่ยวข้องกับ อปท. ในพื้นที่นั้นๆ ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต ดังนั้นท้องถิ่นจึงมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคน

                การบริการสาธารณะถือเป็นบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งของท้องถิ่น แบ่งงานออกเป็นหลายส่วน ประกอบด้วย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริการน้ำประปา ไฟฟ้า และ ถนนต้องทั่วถึงชุมชน ด้านคุณภาพชีวิต เช่น การดูแลเด็กและเยาวชน สนับสนุนด้านการศึกษา ช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้พิการ ในขณะเดียวกัน เมื่อประชาชนมีความเดือดร้อน อปท.ในท้องถิ่น จะต้องเป็นหัวหอกในการแก้ปัญหาให้อย่างทันท่วงที

                นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี นายก อบจ.พัทลุง กล่าวว่า เนื่องจากผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภา จะรู้ปัญหาของท้องถิ่นดีกว่าส่วนภูมิภาค เพราะส่วนภูมิภาคจะมาจากที่อื่น ต้องมาตามตำแหน่งตามสายงาน ตามที่กระทรวงทบวง กรม แต่งตั้ง แต่ว่าคนที่จะเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นระดับ อบต. อบจ. หรือเทศบาล จะเป็นคนในท้องถิ่นนั้นๆ ที่รู้ปัญหาว่าต้องถิ่นต้องการอะไรบ้าง มีจุดด้อยจุดเด่นตรงไหนบ้าง เรียกได้ว่าเป็นคนที่รู้ข้อมูลลึกซึ้ง                    

                “ในภาวะเศรษกิจยุคปัจจุบัน เรื่องการบริการสาธารณะท้องถิ่นมีบทบาทอยู่แล้ว เช่น เรื่องการจ้างงาน ท้องถิ่นสามารถที่จะทำได้เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ขณะนี้มีปัญหาเรื่องคนว่างงานมาก ท้องถิ่นใดที่มีงบประมาณในการจ้างงาน ก็น่าจะมีการเพิ่มการจ้างงานเพื่อเป็นการกระตุ้นรายรับของภาคประชาชน ช่วยให้ค่าครองชีพของประชาชนดีขึ้นได้”                        

                นายกอบจ.พัทลุง กล่าวว่า เวลาที่เกิดวิกฤติไม่ว่าจากด้านเศรษฐกิจ หรือภัยธรรมชาติ ต้องถิ่นก็มีบทบาทเข้าไปช่วยเหลือ เพราะเป็นหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว หากเกิดปัญหาแล้วต้องรอจากส่วนกลางเข้ามาช่วยเหลือคงจะไม่ทัน วันนี้จึงถือว่าท้องถิ่นมีบทบาทที่ชัดเจน แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ว่าผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และชัดเจนต่อเรื่องดังกล่าวแค่ไหน

                ส่วนเรื่องที่รัฐบาลมีแนวคิดในการให้ท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาจากวิกฤษเศรษกิจ โดยเฉพาะเรื่องคนตกงาน นายกอบจ.พัทลุง บอกว่า แนวคิดดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งรัฐบาลควรกำหนดกรอบลงมา แล้วเอาเงินที่กองอยู่ส่วนกลาง อยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้เร่งกระจายออกมา ซึ่งตั้งแต่เลือกตั้งส.ส.มา รัฐบาลก็ไม่ได้ทำงาน เรื่องการกระจายงบก็ทำได้ล่าช้ามาก เนื่องจากรัฐบาลมัวแต่แก้ปัญหาการเมือง ไม่ได้แก้ปัญหาประชาชน มาถึงวันนี้รัฐบาลต้องเร่งรีบในการแก้ปัญหาให้เป็นระบบ       

                “ในยุคปัจจุบันถ้าท้องถิ่นทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ใช้อำนาจ ใช้อิทธิพล ในการได้มาซึ่งตำแหน่ง ก็ไม่สามารถที่จะอยู่ได้ยืนยาว จะเห็นได้จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา อดีตนายกจะสอบตกเยอะ เพราะประชาชนได้จะทำการตรวจสอบอย่างเต็มที่ ผู้นำท้องถิ่นจะต้องมีการรักษาภาพพจน์ ต้องทำงาน ต้องขยัน ต้องอยู่กับประชาชน ไม่อยากให้มีระบบที่ผู้บริหารส่งตัวแทนไปประชุม การทำเช่นนี้เกิดผลเสีย เพราะนายกไม่เคยเข้าร่วมประชุม ทำให้ห่างออกจากระบบ โดยอ้างว่าต้องไปวิ่งเรื่องงบประมาณ ซึ่งคิดว่าต่อไปนี้การวิ่งเรื่องงบประมาณจากกรมควรจะต้องเลิก ควรจะเปลี่ยนเป็นการเสนอตามขั้นตอน มีหลักมีเกณฑ์ มีการพิจารณาที่ชัดเจน ไม่ต้องเสียงบประมาณในการไปราชการ ไปวิ่งหางบประมาณกัน แทนที่จะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้าหากัน เปลี่ยนมาเป็นใช้โครงการที่มีประสิทธิภาพ สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้มาเป็นตัวตัดสิน”

                นายสานันท์ บอกด้วยว่า ที่ผ่านมาภาพของการรวมตัวของท้องถิ่นไม่ค่อยชัด ด้วยบางคนคิดว่าไม่จำเป็นต้องรวมกลุ่มก็สามารถทำงานได้ แต่การที่เข้ามาทำงานแล้วคิดแค่ว่าอยู่ครบวาระแล้วก็ไปก็คงจะไม่เป็นผลดี เข้ามาทำงานแล้วก็ควรจะมีการสร้างวัฒนธรรมที่ดีเอาไว้ เมื่อหมดวาระแล้วก็จะได้ให้คนรุ่นใหม่มาสานต่อ และสามารถขับเคลื่อนงานไปได้                          

                “จากการพูดคุยกับผู้บริหารหลายแห่งพบว่ามีปัญหาเรื่องการบริหารงานในแทบทุกที่ โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารกับข้าราชการประจำ ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากวิธีคิดที่แตกต่างกัน เพราะว่านักการเมืองมาจากความคาดหวังของประชาชน แต่ข้าราชการเขาคิดว่าเขาเข้ามาด้วยความสามารถ สอบเข้ามาได้ และจะทำงานจนถึงอายุ 60 ปี แต่ผู้บริหารนั้นมีเวลาทำงานแค่ 4 ปี ก็ต้องหมดวาระ ดังนั้นเรื่องความกระตือรือร้นในการทำงานก็จะต่างกัน ต่อไปจึงต้องกระตุ้นให้ข้าราชการท้องถิ่นยุคใหม่ให้มีจิตรับใช้พี่น้องประชาชนให้มากที่สุด”

                ด้านนายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ เลขาธิการสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันท้องถิ่นมีภาระหน้าที่ในการดูแลสารทุกข์สุขดิบให้กับพี่น้องประชาชนหลายส่วน เช่น การทำบัตรประชาชน รับเรื่องราวร้องทุกข์ ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนที่ประสบภัยธรรมชาติ ฯลฯ ซึ่งการช่วยเหลือเหล่านี้ ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นหน่วยงานที่มีความคล่องตัวในการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจากราชการส่วนภูมิภาคเดิม ข้อดีของ อปท. อีกอย่างหนึ่ง คือ อปท. สามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมงานด้านต่างๆ ได้อย่างตรงเป้าหมาย และคุ้มค่า ในการใช้งบประมาณเพราะประชาชนเป็นคนบอกกับองค์กรว่าต้องการอะไร ดังนั้น อปท.จึงสามารถสนับสนุนงานบริการด้านสาธารณะได้อย่างคุ้มค่า

                “บทบาทของ อปท. ในขณะนี้ มองว่ามันครอบคลุมทุกด้านแล้ว แต่มันจะมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กับปริมาณงานที่ทำนั้นจะดีดังที่คาดหวังหรือไม่ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่ที่งบประมาณด้วย องค์กรไหนมีงบประมาณในการดูแลงานด้านนี้มากกว่า ก็จะมีความสามารถในการดูแลได้เข้าถึงและครอบคลุมกว่า หรือ องค์กรใดมีการสนับสนุนภาคประชาชนและสังคมได้ดี แม้จะมีงบประมาณไม่มาก ก็เชื่อว่าสามารถบริการงานให้กับประชาชนได้”

                เลขาธิการสมาคมอบต. กล่าวอีกว่า สำหรับในช่วงการเมืองที่วุ่นวายในขณะนี้ ท้องถิ่นก็ได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะกลไกการทำงานของท้องถิ่น ก็ขึ้นอยู่กับกลไกการทำงานของภาครัฐ เมื่อภาครัฐบาลไม่นิ่ง เกิดปัญหาความวุ่นวาย หรือ ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ก็ย่อมส่งผลต่อ อปท.เพราะ อปท. ต้องรอรับเงินสนับสนุนจากทางภาครัฐ เมื่อรัฐส่งเงินสนับสนุนให้ท้องถิ่นช้า ก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง

                “คุณลักษณะของท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพควร จะให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น เพราะประชาชนถือเป็นเจ้าของทุกอย่าง ที่สำคัญ ท้องถิ่นควรสามารถตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างครอบคลุม ทั่วถึงและมีประสิทธิผล เมื่อประชาชนมีความเดือดร้อน หรือ ต้องการความช่วยเหลือจาก อปท. จะต้องรับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมในการลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด เพราะ อบต. เทศบาล หรือ อบจ. เป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ดังนั้นหน้าที่หลักของหน่วยงานนี้ คือ ต้องตอบ โจทย์การดูแลการให้บริการช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพที่สุดด้วย        

                ส่วนบทบาทหน้าที่ของท้องถิ่นมีเพียงพอความต้องการของพี่น้องประชาชนหรือไม่นั้นเลขาธิการสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าเพียงพอแล้ว เพราะท้องถิ่นมีความสามารถดูแลความเป็นอยู่ การสร้างงาน หรือ ความปลอดภัยให้กับชาวบ้านอย่างครอบคลุมแล้ว แต่จะตรงใจประชาชนหรือไม่ หรือ ดีพอตามที่ประชาชนต้องการหรือไม่ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการดูแลท้องถิ่นนั้นๆ และ งบประมาณที่ทางรัฐบาลจัดสรรให้

                “ในอดีตที่ผ่านมา ชาวบ้านมักมีทัศนคติไม่ดีต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือ ข้าราชการทั่วไป เพราะมักทำงานช่วยเหลือประชาชนแบบไม่เต็มประสิทธิภาพ ล่าช้า ไม่เอาใจใส่ดูแลอย่างจริงใจ เรื่องพวกนี้ถูกกล่าวขานมา โดยตลอด แม้ทุกวันนี้ข้าราชการมีความใส่ใจมากขึ้น แต่ผมมองว่ายังไม่เพียงพอ เพราะข้าราชการก็ยังคงคิดแบบข้าราชการ ดังนั้น ท้องถิ่นควรจะเดินหน้ารณรงปรับทัศนคติให้กับข้าราชการให้มีความใส่ใจดูแลประชาชนมากขึ้น ด้วยการพยายามให้ข้าราชการคิดแบบนักการเมืองมากขึ้น กล่าวคือ ให้ข้าราชการรับรู้ว่า ถ้าทำอะไรให้ประชาชนท้องถิ่นไม่พอใจ ข้าราชการเหล่านั้นก็จะอยู่ไม่ได้”

                ขณะที่นายสรณะ เทพเนาว นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย(ส.ท.ท.) กล่าวว่า จุดเด่นของท้องถิ่นในขณะนี้ เป็นเรื่องของหลักการกระจายอำนาจ ที่มุ่งส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)มีขีดความสามารถที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาจะเน้นเรื่องการบริหารจัดการให้เป็นไปตามหลักธรรมภาธิบาลให้เป็นรูปธรรม ส่งผลให้การดำเนินงานของท้องถิ่นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น                  

                แม้ว่าปีที่ผ่านมาประเทศไทยจะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 ครั้ง ทำให้การกระจายอำนาจไม่ต่อเนื่อง แต่ท้องถิ่นท้องถิ่นยังต้องต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อตอบสนองต่อประชาชน โดยเฉพาะการจัดประชุมการทำประชาคม เพื่อทำแผนพัฒนาท้องถิ่นช่วยเหลือประชาชนในระดับรากหญ้าให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น   

                “ส่วนที่สำคัญของการดูแลท้องถิ่น คือ การดำเนินงานตามกรอบแผนงบประมาณการดำเนินงาน ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน คือ ไฟฟ้า ประปา ถนน จะต้องดูแลทั้งหมด สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ภาระหน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การจัดเก็บภาษี ผู้เสียภาษีคือประชาชน เมื่อรัฐเก็บภาษีประชาชนแล้ว จึงต้องทำงานอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้มากที่สุด”    

                นายสรณะ กล่าวต่อว่า ในสังคมโลกขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลง ท้องถิ่นเองก็ควรจะต้องเปลี่ยนทั้งกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่โครงสร้าง ต่างๆ รัฐบาลควรจะกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคล เพื่อสนับสนุนให้สถาบันท้องถิ่นมีอำนาจการกำกับดูแลงานที่ชัดเจน งานไหนควรจะให้ท้องถิ่นดูแล ก็ควรให้อำนาจอย่างเต็มที่ ไม่ซ้ำซ้อนกัน  เพื่อท้องถิ่นจะได้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

                คุณลักษณะของท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพนั้น นายสรณะ กล่าวว่า ท้องถิ่นควรมีการบริการสาธารณะที่ครอบคลุมงานทุกด้าน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวกสบาย อยากให้มีการจัดตั้ง สภาอปท.ในแต่ละภาค โดยดึงบุคคลจากหน่วยงานต่างๆ เช่น สื่อมวลชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ และพี่น้องประชาน มาเป็นตัวแทนสภา เพื่อบุคคลเหล่านี้ได้เสนอแนวพัฒนาท้องถิ่น ขับเคลื่อนงานสาธารณะพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้เจริญรุ่งเรือง

                “ในฐานะที่เป็นนายกสมาคมพนักงานฯ มีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานต่างประเทศบ่อยครั้ง จึงได้เห็นการจัดตั้งการปกครองแบบสภาภาค เพื่อดูแล อปท. ในแต่ละภาคเพื่อดูแลการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ส่วนการบริหารงานบุคลากร ก็อยากเห็นข้าราชการทุ่มเททำงานเพื่อพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น การเป็นข้าราชการนั้นจะต้องให้บริการประชาชน ทำงานต้องนึกถึงประเทศชาติเป็นหลักสามารถให้คำแนะนำกับพี่น้องประชาชน ส่งเสริมการจัดการบริหารภายในและปฏิบัติงานตามภาระกิจที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้งานในระบบ อปท.สามารถเดินไปได้”นาย สรณะ กล่าวและว่า

                นอกจากนี้ยัง จะต้องมีการเสริมสร้างความเท่าเทียมกันระหว่างบุคลากร และการปฏิบัติงานที่จะต้องเน้นเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ขณะเดียวกัน องค์กรต้องจัดอบรมเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น

 

-------------------------------------------

ภาพประกอบ 

1.ธีรศักดิ์ พานิชวิทย์

2.สานันท์ สุพรรณชนะบุรี

3.สรณะ เทพเนาว์

 
  รูปประกอบข่าว
รับเขียนเว็บไซร์คลิกอ่านรายละเอียดซิครับ ประกาศเมื่อ 05 มกราคม 2009 เวลา 19:47:32 เปิดอ่าน 11793 ครั้ง
รับออกแบบเว็บไซร์ เขียนสคริป โครงงานโดยนายพนมไพร ปารมี กรรมการฝ่ายวิชาการ nomonline@gmail.com