คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดดาวน์โหลดเพลงมาร์ชเทศบาลคลิกเพื่ออ่านรายละเอียดคลิกเพื่ออ่านรายละเอียดคู่มืออ่านเตรียมสอบท้องถิ่น ภาค กติวสอบ
สรุปสาระสำคัญในการสัมมนาทางวิชาการในวันที่ 5-8 มีนาคม 2556 ที่พัทยา

ท่านสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์  รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

กล่าวชี้แจงโครงการ และเสนอแนวทางในการกระจายงบประมาณในด้านต่างๆ ทั้งด้านบุคลากรและประชาชนในท้องถิ่น โดยจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายให้ถูกต้อง และฝากถึงผู้บริหารท้องถิ่นให้รายงานข้อมูลงบประมาณให้ถูกต้อง โดยขอให้มีการตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อใช้ในการตัดสินใจ อีกทั้งยังฝากเรื่องการอยู่ร่วมกันของท้องถิ่น โดยขอให้ประสานความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ในส่วนของการพัฒนารายได้จะต้องมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ของท้องถิ่น ส่วนในด้านของศูนย์เด็ก ขอให้ปลูกฝังเรื่องคุณธรรมจริยธรรมของแต่ละศาสนา เพื่อสร้างเด็กรุ่นใหม่ในท้องถิ่นให้มีคุณภาพ

ท่านสาโรช คัชมาตย์  ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาและจัดทำร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย (อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น)

กล่าวถึงการหลักการบริหารงานท้องถิ่นซึ่งจะต้องมี 4 หลักใหญ่ๆ คือ คน , เงิน , เครื่องมือ และการบริหารจัดการ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ “คน”  และกล่าวถึงปัญหาในระบบท้องถิ่นในเรื่องรูปแบบการบริหารงานที่มีความล่าช้า ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจาก “คน” หรือบุคลากร เนื่องจากการขาดองค์ความรู้ในด้านต่างๆ จึงเป็นมูลเหตุสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ของบุคลากรในท้องถิ่น และได้อ้างถึงรัฐธรรมนูญปี 40 ซึ่งเขียนถึงการบริหารงานบุคคลในเรื่องบุคลากรว่า “เกิดที่ไหน ต้องเติบโตที่นั่น” โดยได้ยกตัวอย่างข้าราชการในกรุงเทพมหานครที่หวังจะเติบโตในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับท้องถิ่น เนื่องมาจากงบประมาณที่ถูกจัดสรร และขนาดขององค์กรในแต่ละท้องถิ่น ตลอดจนแนวทางในการบริหารงานของผู้บริหารในแต่ละท้องถิ่นที่ตึงเกินไป จึงเสนอแนวทางให้ผู้บริหารท้องถิ่นยึดหลักทางสายกลาง เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นได้รับประโยชน์สูงสุด และได้ฝากถึงผู้บริหารฝ่ายการเมืองท้องถิ่นและฝ่ายประจำว่าจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่กล่าวมา และร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นต่อไป

ในเรื่องของการโยกย้ายสับเปลี่ยนระหว่างท้องถิ่น จะต้องมีองค์กรกลางการบริหารงานบุคคลทำหน้าที่คอยให้ความเป็นธรรม และมีองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมคอยทำหน้าที่เสมือนศาลอุทรณ์ควบคู่ไปกับองค์กรกลางด้วย

ท่านสุรเกียรติ ฐิตะฐาน  ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายและระเบียบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

กล่าวถึงร่างกฎหมาย พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่นว่าจะต้องมีองค์กรในการตรวจสอบการทำงาน ได้แก่ องค์กรกลางและองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรม โดยการตรวจสอบจะต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น และในกระบวนการยกร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่นจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายในหลายช่องทาง เช่น Website เป็นต้น และในการยกร่าง พ.ร.บ. จะต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยจะต้องมีคณะกรรมการฝ่ายละ 8 คน เพื่อให้การดำเนินการเกิดความสมดุลและเป็นไปอย่างมีคุณธรรม โดยในช่วงท้ายท่านสาโรชได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของคน และคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลว่าจะต้องมีความโปร่งใส และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ท่านปริญญา นาคฉัตรีย์  ประธานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย

กล่าวรับความคิดเห็นในการพิจารณาระบบซีและระบบแท่ง เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาในที่ประชุมต่อไป และได้กล่าวอ้างถึงงานวิจัยเกี่ยวกับระบบซี ซึ่งผลการวิจัยกล่าวว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่เหมาะสม เนื่องจากระบบการปกครองในแต่ละท้องที่มีความหลากหลาย ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ขาดความความยืดหยุ่น มีสายงานมาก ตำแหน่งและระดับไม่สอดคล้องกับลักษณะงาน อีกทั้งยังมีการขอตำแหน่งที่สูงขึ้นโดยไม่เหมาะสม และระบบค่าตอบแทนมีบัญชีเดียวกันในทุกลักษณะงานซึ่งทำให้เกิดการเสียเปรียบในบางตำแหน่ง และงานวิจัยดังกล่าวสรุปว่า ข้าราชการกว่า 81% เห็นด้วยกับการที่จะนำระบบใหม่มาใช้

ในส่วนของบัญชีเงินเดือนตอนนี้ได้ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังร่างประกาศ โดยได้มีการเสนอในที่ประชุมไปแล้ว 2 รอบ และได้มีการแก้ไขให้สอดรับกัน แล้วจึงส่งให้กรรมการที่ปรึกษากระทรวงมหาดไทยพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง  

ในเรื่องค่าตอบแทนจะได้มีการพิจารณาปรับเงินประจำตำแหน่งในระดับ ผอ.กอง คือ ระดับ 6 และระดับ 7  โดยจะมีการประชุมในวันที่ 16 มี.ค. 56  โดยในที่ประชุม ก.ถ. จะมีการพิจารณาให้มีบัญชีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของตนเอง และจะยกเลิกประกาศบัญชีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งฉบับเก่า โดยในการปรับบัญชีจะพิจารณาจากบัญชีข้าราชการพลเรือน แต่จะมีการประกาศใช้เป็นบัญชีของท้องถิ่นเอง

ในช่วงท้ายท่านปริญญา ได้ขอความเห็นจากที่ประชุมสัมมนาในครั้งนี้ในเรื่องของระบบซีและระบบแท่ง ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปรับเปลี่ยนเป็นระบบแท่ง

ท่าน ดร.อดิศัย กุญชร ณ อยุธยา  ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันที่ปรึกษาพัฒนาประสิทธิภาพทางราชการ (สปร.)

กล่าวถึงการปรับปรุงสายงาน และมาตรฐานตำแหน่ง โดยอธิบายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเปลี่ยนจากระบบซีไปเป็นระบบแท่ง ซึ่งระบบแท่งจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ


  1. แท่งทั่วไป (ระดับ 1-2)  เช่น นายช่างเครื่องกล เจ้าหน้าที่ธุรการ เจ้าหน้าที่พัสดุ เป็นต้น  โดยในระดับ 1-4 จะเป็นตำแหน่งปฏิบัติงาน  ระดับ 5-6 จะเป็นระดับชำนาญงาน และระดับ 7-8 จะเป็นระดับอาวุโส

  2. แท่งวิชาการ (ระดับ 3-4)  เช่น นักวิเคราะห์ฯ นักวิชาการเงินและบัญชี เป็นต้น โดยในระดับ 3-5 จะเป็นตำแหน่งปฏิบัติการ  ระดับ 6-7 จะเป็นตำแหน่งชำนาญการ  ระดับ 8 จะเป็นตำแหน่งชำนาญการพิเศษ และระดับ 9 จะเป็นตำแหน่งเชี่ยวชาญ

  3. แท่งอำนวยการท้องถิ่น (ระดับ 6-7)  เช่น นักบริหารงานฯ  ผู้อำนวยการกอง-สำนัก  โดยในระดับ 6-7 จะเป็นตำแหน่งระดับต้น  ระดับ 8 จะเป็นตำแหน่งระดับกลาง และระดับ 9 จะเป็นตำแหน่งระดับสูง

  4. แท่งบริหาร (ระดับ 8-9)  เช่น ปลัด และรองปลัด  โดยในระดับ 6-7 จะเป็นตำแหน่งระดับต้น  ระดับ 8 จะเป็นตำแหน่งระดับกลาง และระดับ 9 จะเป็นตำแหน่งระดับสูง

ท่าน ดร.อดิศัย ได้กล่าวต่อว่า เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบแท่งแล้ว การขึ้นเงินเดือนจะยังเป็นขั้น แต่อาจจะคิดเป็นเป็น % ในอนาคตข้างหน้า  ในส่วนของการขึ้นเงินเดือนซึ่งจากเดิมเพิ่มขั้นละ 2% ก็จะเปลี่ยนเป็น 3% ซึ่งในระบบแท่งจะมีข้อดี 3 ประการ คือ


  1. การขึ้นเงินเดือนจะเร็วขึ้น คือจ่ายเร็วกว่าเดิม

  2. สะท้อนหลักวิชาการได้ดีกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ข้าราชการส่วนใหญ่ต้องการเปลี่ยนเข้าสู่ระบบแท่ง

  3. เป็นระบบที่อิงกันได้ทั้งหมดทั่วประเทศ

ท่าน ดร.ศรีพงศ์ บุตรงามดี  ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

กล่าวถึงแนวทางแก้ไขระเบียบพนักงานจ้างขององค์กรการปกครองท้องถิ่น ในส่วนของการกำหนดบัญชีเงินเดือนใหม่ตอนนี้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย โดยจะมีการแก้ไขให้ได้รับเงินเดือนย้อนหลัง ทำให้ไม่เกิดการเสียเปรียบ  และกล่าวถึงในส่วนของครู ซึ่งอาจจะถูกเสนอยกเลิกสิทธิพิเศษในการประชุมอนุกรรมการในครั้งหน้า  อีกทั้งยังได้กล่าวถึงปัญหาด้านต่างๆ ในปัจจุบันของครู ได้แก่ ปัญหาครูจบไม่ตรงเอก และปัญหาครูขาดแคลน 3-4 พันอัตรา โดยได้เสนอให้นายกหรือผู้มีอำนาจในท้องถิ่นให้ความสำคัญในด้านการศึกษา โดยเฉพาะในด้านของการจัดสอบในท้องถิ่น จะต้องมีความโปร่งใส ซึ่งอาจจะให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดตัวชี้วัดในการสอบด้วย

ท่านศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ  ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานทั่วไปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

กล่าวถึงการปรับปรุงกำหนดหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดการกำหนดตำแหน่งว่าจะต้องมีการวางแผนในการเลื่อนตำแหน่งในระดับบริหาร โดยจะต้องพิจารณาจากฐานล่าง ในส่วนของการคัดเลือกบุคลากรมีการออกแบบระบบการประเมินใหม่ เพื่อคัดเลือกคนที่มีคุณภาพ และสามารถช่วยงานต่างๆ ของท้องถิ่นได้ นอกจากนี้จะมีการออกแบบบัญชีเงินเดือนใหม่ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในขณะนี้  ในส่วนของระบบเปิดในท้องถิ่นค่อนข้างที่จะมีปัญหา เนื่องจากคนโตไม่ทัน ซึ่งทิศทางในขณะนี้คือระบบปิด

ท่านศิริวัฒน์ยังได้กล่าวถึงการปรับเทศบาลขนาดกลางว่าจะต้องพิจารณา 3 เกณฑ์ คือ รายได้ ปริมาณงาน และประสิทธิภาพ ท่านศิริวัฒน์ยังได้เสนอให้เร่งดำเนินการพิจารณาระบบแท่งเพื่อให้เกิดความชัดเจนและจะได้ยกเลิก 8 พิเศษ

ในช่วงท้ายท่านศิริวัฒน์สนอให้มีการแก้ไขระเบียบพนักงานจ้างในเรื่องอำนาจของการบริหารงานบุคคล ซึ่งตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้การบริหารงานบุคคลต้องเป็นไปตามความต้องการของท้องถิ่น แต่หลักเกณฑ์ของ ก.จังหวัด กำหนดให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปตามความต้องการของนายก โดยได้เสนอให้แก้ไขระเบียบดังกล่าว โดยให้อำนาจในการบริหารงานบุคคลเป็นไปตามความเหมาะสม

วันที่ 6 มี.ค. 2556

นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข

ได้กล่าวถึง นโยบายการพัฒนาระบบสวัสดิการการรักษาพยาบาลขององค์กรปกครองท้องถิ่น เพื่อการบูรณาการและสร้างเอกภาพของระบบประกันสุขภาพ โดยมีระบบบริการเจ็บป่วยฉุกเฉิน เริ่มวันที่ 1 เมษายน 2555 ระบบบริการผู้ป่วยโรคมะเร็ง เริ่ม 1 เมษายน 2556 และกองทุนรักษาพยาบาล อปท.หรือ 30 Plus เริ่ม 1 ตุลาคม 2556

ในส่วนของนโยบายการพัฒนาระบบสวัสดิการ การรักษาขององค์กรปกครองท้องถิ่นตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ข้อ 1.14 คือการพัฒนาระบบประกันสุขภาพและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ หลักปรกันสุขภาพเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ สะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม รวมทั้งบูรณาการสิทธิของผู้ป่วยที่ได้รับจากระบบประกันสุขภาพต่างๆ

ตระหนักถึงความแตกต่างที่มาของกองทุน ความแตกต่างของผู้ประกันตนและเจ้าของสิทธิ์ประกันสุขภาพในแต่ละกลุ่ม จึงสนับสนุนให้มีความแตกต่างที่เป็นธรรมอย่างมีนัยยะ

กองทุนต่างๆ สามารถบริหารจัดการสิทธิเพิ่มเติมได้ ในส่วน Plus ประกันสมทบกองทุนอัตราต่ำล่วงหน้า เลือกได้หลายอัตราต่างๆ ตามสิทธิประโยชน์พิเศษที่จำเป็ฯเพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์หลักแห่งชาติ

ความเป็นมาของการจัดตั้งกองทุนรักษาพยาบาล อปท. ตลอดจนวัตถุประสงค์ ในการจัดตั้งเพื่อลดปัญหาการสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่นโดยเพาะโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง

ในส่วนของการดำเนินงานด้านนโยบายการพัฒนาระบบสวัสดิการ การรักษาพยาบาลขององค์กรปกครองท้องถิ่น เริ่มจากการร่าง พรฏ.ระเบียบข้อบังคับ กำหนดกรอบโครงสร้างจัดบริการสวัสดิการ จัดทำระบบฐานข้อมูลผู้มีสิทธิ จัดระบบเงินอุดหนุน จัดระบบการเบิกจ่ายชดเชยการบริการให้หน่วยงานจัดระบบตรวจสอบคุณภาพ จัดระบบคุ้มครองสิทธิ์ รับเรื่องร้องเรียน และมีการรายงานและติดตามประเมินผล

ในช่วงท้าย ท่านนายแพทย์วิชัย ได้สรุปเสนอแนะแนวทางในเรื่องสิทธิประโยชน์โดยให้ สปสช. ทำหน้าที่ Clearing House รวมถึงสิทธิประโยชน์ 30 บาท Plus จะเสมอภาคทัดเทียนกับข้าราชการพลเรือน โดยรักษาในโรงพยาบาลรัฐได้ทุกแห่งแบบไม่ต้องสำรองจ่าย และใช้งบประมาณเบื้องต้น 6,000 ล้านบาท ให้การดูแลพนักงานของ 12 องค์กรกว่า 5.3 แสนคนทั่วประเทศเฉลี่ยประมาณรายละ 12,000 บาท

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

กล่าวถึงบทบาทข้าราชการส่วนท้องถิ่นและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อ้างถึง พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยมีหลักสำคัญ คือ มุ่งเน้นการให้ความคุ้มครองและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยมีหลักสำคัญ คือ มุ่งเน้นการให้ความคุ้มครองและเยียวยาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในคดีอาญาในความผิดที่กำหนด คือ ชีวิต ร่างกาย และเพศ โดยให้เงินทดแทนในการฟื้นฟูเยียวยาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในคดีอาญาดังกล่าว

กรณีทั่วไป


  • ค่ารักษาพยาบาล ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท

  • ค่าฟื้นฟูร่างกายและจิตใจไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท

  • ขาดประโยชน์ทำมาหาได้ไม่เกินวันละ ๒๐๐ บาท

  • ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท

กรณีเสียชีวิต


  • ค่าตอบแทน ตั้งแต่ ๓๐,๐๐๐ – ๑๐๐,๐๐๐ บาท

  • ค่าจัดการศพ จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท

  • ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดูไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท

  • ค่าเสียหายอื่นไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท

ท่านได้กล่าวยกกรณีในคดีต่างๆ ที่เข้าข่ายในการได้รับความคุ้มและเยียวยาจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เช่น คดีน้องแบงค์ที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางร่างกาย เป็นต้น และนำเสนอภารกิจต่างๆ ในด้านการดำเนินงานที่ผ่านมาของกรมคุ้มครองฯ ทั้งการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในคดีอาญา

ในส่วนของกองทุนยุติธรรมจะคอยให้ความคุ้มครองช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ดังนี้


  • การประกันการปล่อยตัวชั่วคราว

  • จ้างทนายความในคดีอาญา แพ่ง ปกครองหรือบังคับคดี

  • ค่าธรรมเนียมศาล

  • ค่าใช้จ่ายการพิสูจน์ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ต่างๆ

  • ค่าพาหนะ ที่พัก ค่าตอบแทนอื่นตามความจำเป็น

  • การคุ้มครองช่วยเหลือให้ได้รับความปลอดภัย

  • สนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ

นายวีระชัย ชมสาคร  ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

กล่าวถึง ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดสรรรายได้ให้แก่ อปท. ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ในส่วนของการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเพิ่มค่าครองชีพตามนโยบายของรัฐบาล มีการจัดสรรจากท้องถิ่น แต่เกิดปัญหาขาดงบประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท ทำให้ในปีงบประมาณ ๕๖ ทำให้ต้องหางบมาเพิ่มอีกกว่า ๘,๐๐๐ ล้านบาท จึงเสนอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องงบประมาณของท้องถิ่น ในส่วนของหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินภาษีที่รัฐจัดเก็บได้ มีเกณฑ์ในการจัดสรร ดังนี้


  • ภาษีมูลค่าเพิ่มตาม พ.ร.บ. จัดสรร ( ๑ ใน ๙ ) ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีสุรา และ ภาษีสรรพสามิต ให้ใช้หลักเกณฑ์การจัดสรรเพิ่ม

  • ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ ให้เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การจดสรรภาษีที่จัดเก็บในเขตจังหวัดจากเดิมจัดสรรให้แก่ อบจ. เท่านั้น ให้จัดสรรแก่ เทศบาล อบต. และเมืองพัทยา ด้วย โดยให้ อบจ. ได้รับการจัดสรรเท่ากับในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ กรณีจังหวัดได้จัดเก็บภาษีในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ให้นำส่วนที่จัดเก็บเพิ่มมาจัดสรรให้แก่เทศบาล อบต. และ เมืองพัทยา ในเขตพื้นที่จังหวัดตามจำนวนประชากร

ในส่วนหลักเกณฑ์ในการจัดสรรเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม ตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนฯ ในปี ๒๕๕๖ ประมาณการไว้จำนวน ๙๗,๙๐๐ ล้านบาท ให้จัดสรรให้แก่ อปท. ในอัตราร้อยละ ๒๐.๒๘ ของภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บตามประมวลรัชฎากร หลังจากหักส่วนที่ต้องจ่ายคือ ผู้เสียภาษี (เพิ่มขึ้นจากที่ได้รับในปีบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งได้รับการจัดสรร จำนวน ๘๘,๙๖๕.๒๗ ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นจำนวน ๘,๙๓๔.๗๓ ล้านบาท)

ในส่วนหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไป จำนวน ๕๕,๔๓๓.๐๓ ล้านบาท โดยจะแบ่งเป็น ๒ ส่วน ในส่วนที่ ๑ จำนวน ๕,๔๕๔.๔๐ ล้านบาท ให้จัดสรรแก่ เทศบาล และ อบต. โดยนำค่าใช้จ่ายในการจัดบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของ อปท. เปรียบเทียบกับรายได้ก่อนรวมเงินอุดหนุนมาใช้เป็นเกณฑ์การจัดสรร และเมื่อคำนวณเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว อปท. ได้รับการจัดสรรลดลงกว่าปีงบประมาณ ๒๕๕๔ มากกว่าร้อยละ ๕ ให้ได้รับการจัดสรรเกินร้อยละ ๕ และหากคำนวณการจัดสรรแล้วได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นให้ได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละ ๑๐๐

วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๖

ฯพณฯ นิคม  ไวยรัชพานิช  ประธานวุฒิสภา

กล่าวถึง บทบาทสภาวุฒิสภา (สภาสูง) ต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐  โดยท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐  ว่าทำให้ประเทศชาติเกิดความแตกแยกและทำให้ประเทศเกิดความเสียเปรียบในด้านต่างๆ ทั้งในส่วนของ มาตรา ๑๙๐ หรือ มาตรา ๒๙๐  ฯลฯ จากสาเหตุดังกล่าวจึงทำให้จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านได้เสนอแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยอาจจะแก้ไขให้ ส.ว. ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาเหมือนเดิมเพื่อความเป็นกลาง และลดปัญหาความขัดแย้งของทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน และในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรแก้ไขเป็นรายมาตรา นอกจากนี้ยังได้เสนอให้มีการพัฒนาในส่วนของท้องถิ่นให้เข้มแข็ง และมีบทบาทมากขึ้น

ในส่วนของการเข้าชื่อถอดถอน ท่านได้กล่าวถึงสาเหตุการถอดถอนในแต่ละครั้งไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจาก


  • กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงของประชาชนใช้เวลาหลายปี

  • การถอดถอนต้องใช้เสียง ๓ ใน ๕ ดังนั้น ในการที่จะถอดถอนสำเร็จนั้นมีต่ำ

  • ส.ส. ที่มาจากทั่วประเทศ มีความคิดเห็นที่ต่างกัน ทำให้ไม่สามารถรวมกันเพื่อถอดถอนได้

ดังนั้นจึงควรที่จะมีการแก้ไขของการถอดถอนด้วยเพื่อให้กระบวนการถอดถอนได้มีความรวดเร็วขึ้น

ในส่วนของการเข้าเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ฯพณฯท่านนิคม ได้เสนอให้ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ในฐานะเจ้าภาพ ได้แก่ ด้านภาษา การคมนาคม ฯลฯ เพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า

ท่านโสภณ  เพชรสว่าง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสารธารณสุข ( อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร) กล่าวถึงแนวทางการบริหารงานและการปฏิบัติงานของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการปฏิบัติงาน ในส่วนของผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่นจะต้องส่งเสริมให้ชาวบ้านในท้องถิ่นมีรายได้ โดยอาจจะสนับสนุนด้านการส่งออก โดยเฉพาะข้าว และช่วยเหลือเกษตรกรให้อยู่ดีกินดี ในส่วนของเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องประสานงานกันอย่างเป็นระบบ และปฏิบัติตามนโยบายขององค์กรอย่างซื่อสัตย์ สุจริต โดยคำนึงถึงบ้านเมือง และผลประโยชน์ของประชาชนของท้องถิ่นเป็นหลัก

ฯพณฯ ท่านประชา  ประสพดี กล่าวเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย โดยกล่าวถึงทิศทางรัฐบาลต่อแนวทางปฏิบัติราชการให้แก่ผู้บริหารท้องถิ่นและข้าราชการท้องถิ่น ขอให้องค์กรปกครองท้องถิ่นยึดหลักนิติธรรม โปร่งใส และปฏิบัติงานภายใต้หลัก      ธรรมาภิบาล นอกจากนี้จะต้องมีความรับผิดชอบและสามรถตรวจสอบได้

ในส่วนของสวัสดิการต่างๆ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จะต้องจัดสวัสดิการให้เหมาะสมอย่างทั่วถึง และในส่วนของเทคโนโลยีต่างๆ ที่มาใช้ในการอำนวยความสะดวก จะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงทุกวัย

ในด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น จะต้องมีความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ส่วนในด้านของกาศึกษา ขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นเห็นความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป

ในส่วนของการจัดเก็บรายได้จากภาษี  ภาษีท้องที่ จะต้องมีการติดตามเรียกเก็บให้ครบจำนวน ส่วนในด้านของสินค้าพื้นบ้าน (OTOP) จะต้องมีการผลักดันให้กระจายสินค้าไปให้ทั่วถึง เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่นนั้นๆ

ในส่วนของการจัดสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการท้องถิ่น 1 ตุลาคม พศ. 2556 เป็นต้นไป หากมีความจำเป็นเข้ารับการรักษาพยาบาล สามารถเข้ารับการรักษาได้จากโรงพยาบาลทุกแห่ง และทำเรื่องเบิกจ่ายในภายหลังได้

ในส่วนของของการยกระดับ อบต. เป็นเทศบาล มีการรับฟังคิดเห็นจากทุกฝ่ายในท้องที่ต่างๆ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับการยกระดับ อบต. เป็นเทศบาลทั่วประเทศ และถ้าหาก อบต. ใดมีความพร้อม สามารถยื่นเรื่องเข้ามาให้พิจารณาได้

ในช่วงท้าย ฯพณฯดร. ประชา ประสพดี ได้กล่าวถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยให้ทุกท้องที่ให้ความสำคัญเพื่อพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตข้างหน้า

การเสวนาหัวข้อ “ จากบนสู่ล่าง: แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปการเมือง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย” ดำเนินการเสวนาโดย รศ.ยุทธพร อิสรชัย

ท่านถวิล ไพรสณฑ์


รับเขียนเว็บไซร์คลิกอ่านรายละเอียดซิครับ ประกาศเมื่อ 07 มีนาคม 2013 เวลา 09:47:11 เปิดอ่าน 7078 ครั้ง
รับออกแบบเว็บไซร์ เขียนสคริป โครงงานโดยนายพนมไพร ปารมี กรรมการฝ่ายวิชาการ nomonline@gmail.com