ผู้เยี่ยมเริ่ม 1/1/52
ผู้เข้าชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
หน้าแรก
Web Links
สืบค้นข้อมูล
ติดต่อสมาคม
ประวัติสมาคม
กฎหมายเทศบาล
รายงานการประชุม
webboard
ข่าวประชาสัมพันธ์
ภาพกิจกรรมสมาคม
ทีวีออนไลน์
มาร์ชเทศบาล
คนเป็นข่าว
สมุดเยี่ยม
ติดต่องานธุรการสมาคมฯ
ฟังเพลงปลุกใจรักชาติ
Donwload
มีอะไรน่าสนใจในนี้
bannerlink
วันนี้คือ
พยากรณ์อากาศ
ราคาน้ำมันวันนี้
ระบบจัดการ
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ราคาทองคำวันนี้
TVonline
กระจายข่าว
Google adsense
newspolitical
หน้าแรก
วิวัฒนาการการปกครองท้องถิ่นไทย PDF พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย พนมไพร ปารมี กรรมการฝ่ายวิชาการ   
Thursday, 18 June 2009
Untitled Document วิวัฒนาการการปกครองท้องถิ่นไทย
การปกครองท้องถิ่นก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 แบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ คือ
1.สมัยสุโขทัย (พ.ศ.1718-1893) สมัยสุโขทัยการจัดการปกครองจะเป็นแบบพ่อปกครองลูก โดยมีศูนย์กลางที่เมืองหลวง มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข รายรอบเมืองหลวงประกอบด้วยหัวเมืองต่าง ๆ 3 ชั้น ได้แก่ หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก และหัวเมืองประเทศราชซึ่งพลเมืองเป็นต่างชาติ
ต่อมาสมัยกรุงศรีอยุธยาระยะแรกการปกครองได้เปลี่ยนแปลงไปบ้างจากสมัยสุโขทัย ในสมัยอยุธยาพระมหากษัตริย์ทรงมีฐานะเสมือนเทพและการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ทั้งนี้ เป็นผลจากอิทธิพลของลัทธิเทวสิทธิ์ของขอมและอินเดีย แนวการปกครองแบบนี้เรียกว่า การปกครองแบบนายปกครองบ่าว
กล่าวได้ว่า สมัยสุโขทัยจนถึงอยุธยาก่อนการปฏิรูปของสมเด็จพรบรมไตรโลกนาถ ประเทศไทยไม่มีการแบ่งการปกครองออกเป็น ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นอย่างชัดเจน
2.สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (สมัยอยุธยา)
ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1991-2031) ทรงมีพระราชดำริที่จะรวมอำนาจสู่ส่วนกลาง และได้ทรงนำระบบจตุสดมภ์มาใช้ในการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนการจัดระเบียบการปกครองหัวเมือง ทรงได้แบ่งหัวเมืองเป็น 2 ชั้น ได้แก่ หัวเมืองชั้นใน และหัวเมืองชั้นนอกแบ่งออกเป็นเมืองชั้นเอก โท และตรี ภายใต้หัวเมืองทั้งสองประเภท ได้แบ่งเขตการปกครองออกเป็นส่วนย่อย ได้แก่
1.เมือง (จังหวัดในปัจจุบัน) มีผู้รั้ง หรือเจ้าเมืองเป็นผู้ปกครอง
2.แขวง (อำเภอในปัจจุบัน) มีผู้ปกครองแขวงเรียกว่า หมื่นแขวง
3.ตำบล มีพนักงานปกครองตำบล ซึ่งมักมีบรรดาศักดิ์เป็น พัน เป็นผู้ดูแล
4.บ้าน หรือหมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผู้ปกครองเมืองแต่งตั้ง
แนวคิดในการจัดการปกครองสมัยนี้คงให้ความสำคัญต่อการรวมอำนาจที่ส่วนกลางหรือราชธานี ซึ่งจะมีบทบาทในการควบคุมหัวเมืองอย่างใกล้ชิด เว้นแต่เมืองประเทศราชที่ให้คนพื้นเมืองปกครองกันเอง สำหรับการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นตามแนวคิดในปัจจุบันยังไม่ปรากฏชัดในระยะนี้
3.สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(สมัยรัตนโกสินทร์)
กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ราชอาณาจักรสยามถูกการคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยมของประเทศอังกฤษ และฝรั่งเศส การขาดเอกภาพและความมั่นคง ราชอาณาจักรสยามจึงต้องมีการปรับตัวขนานใหญ่ เพื่อปฏิรูปประเทศให้ทันสมัยและสามารถเผชิญหน้ากับชาติตะวันตกที่ออกล่าอาณานิคม
นับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สืบเนื่องมาถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีการยกเลิกและปรับปรุงวัฒนธรรมประเพณีเดิม ตลอดจนมีการส่งนักเรียนไปศึกษาต่อในยุโรปและสหรัฐอเมริกา รัชกาลที่ 5 ได้ทรงปฏิรูปการปกครองประเทศ จากลักษณะที่อำนาจกระจายไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ในยุคสยามกรุงเก่า ให้เป็นการรวมศูนย์อำนาจเข้าส่วนกลางด้วยเหตุผลเพื่อผนึกกำลังภายในประเทศต่อต้านการรุกรานจากชาติมหาอำนาจในขณะนั้นเป็นสำคัญการ ปกครองในสมัย ร.5 แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ การปกครองส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
1) การจัดการปกครองส่วนกลาง
ในการจัดระเบียบการปกครองส่วนกลาง รัชกาลที่ 5 ทรงศึกษาแบบแผนจากชาติยุโรป โดยทรงยกเลิกระบบจตุสดมภ์ และประกาศใช้พระบรมราชโองการปรับปรุงการบริหารส่วนกลาง โดยจัดตั้งกรม 12 กรม คือ กรมมหาดไทย กรมพระกลาโหม กรมการต่างประเทศ กรมวัง กรมเมืองหรือนครบาล กรมนาหรือเกษตราธิการ กรมพระคลังมหสมบัติ กรมยุติธรรม กรมยุทธนาธิการ กรมธรรมการ กรมโยธาธิการ และกรมมุรธาธิการ ซึ่งแต่ละหน่วยต่างมีอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความยุ่งยากสับสนในการทำงาน การจัดรูปบริหารส่วนกลางใหม่นี้ เป็นการจัดกรอบโครงสร้างกลไกของรัฐให้เป็นเครื่องมือรับใช้เป้หมาย คือ การสร้างรัฐ ซึ่งมีหน่วยงานดังกล่าวเป็นกลไกหลัก โดยมีหน้าที่ในการสร้างบูรณาการแก่รัฐด้วยการเข้าไปควบคุมจัดการปกครองและเก็บภาษีในหัวเมืองต่าง ๆ ทั้งนี้ภารกิจหลักของรัฐ มี 3 ด้าน คือ การรักษาพระราชอาณาเขต การจัดเก็บรายได้และการปกครอง ซึ่งประการสุดท้ายนี้หมายถึง การรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน การชำระความขัดแย้งราษฎร
2) การจัดการปกครองส่วนภูมิภาค
ในการจัดการปกครองส่วนภูมิภาคหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เป็นระบบมณฑลเทศาภิบาล ทรงมีพระราชดำริให้เป็นการเสริมความเป็นปึกแผ่น และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของราชอาณาจักร โดยอนุโลมตามแบบแผนการปกครองเดิมให้มากที่สุด และทรงจัดให้มีหน่วยราชการเพิ่มเติม คือ “มณฑลเทศาภิบาล” เพื่อเป็นตัวแทนของรัฐบาลกลาง ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และอุดช่องโหว่ของระบบการควบคุมแต่เดิม หน่วยงานส่วนกลางที่รับผิดชอบดูแลการจัดการปกครองส่วนภูมิภาค คือ กระทรวงมหาดไทย การปกครองระบบมณฑลเทศาภิบาลเป็นระบบการปกครองที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพองค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงปรับปรุงขึ้น ในสมัยนี้ได้แบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็นระดับต่าง ๆ ดังนี้ (1) มณฑลเทศาภิบาล (2) เมืองหัวเมือง (3) อำเภอ (และเมืองขึ้น) (4) ตำบล (5) หมู่บ้าน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1) การจัดระเบียบบริหารการปกครองของมณฑลเทศาภิบาล
ลักษณะของมณฑลเทศาภิบาล มณฑลเทศาภิบาลเป็นหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดประกอบด้วยหน่วยการปกครองชั้นรองลงไป ได้แก่ เมือง อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน
การจัดส่วนราชการในมณฑลเทศาภิบาล การจัดส่วนราชการในมณฑลเทศาภิบาลแบ่งออกเป็น 3 แผนก ได้แก่ แผนกมหาดไทย แผนกอัยการ แผนกสรรพากร
ข้าราชการประจำมณฑลเทศาภิบาล มีชื่อเรียกตามตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้ข้าหลวงเทศาภิบาล ข้าหลวงมหาดไทย ข้าหลวงยุติธรรม ข้าหลวงคลัง ปลัดมณฑล ผู้ตรวจการ ใน ร.ศ. 114 (พ.ศ. 2483) ได้มีการเปลี่ยนแปลงบางตำแหน่ง คือ ตำแหน่งข้าหลวงยุติธรรม ได้เปลี่ยนเป็น ยกกระบัตรมณฑล มีอำนาจหน้าที่เป็นหน่วยงานประจำท้องที่ ของกรมมหาดไทยฝ่ายเหนือประจำมณฑล ส่วนงานด้านการคลังได้จัดตั้งมณฑล เป็นสาขาของกระทรวงพระคลังมหาสมบัติโดยตรง รวมทั้งได้แต่งตั้งผู้ช่วยสรรพากรมณฑล อีก 1 ตำแหน่ง เพื่อช่วยงานมรรพากรมณฑล
2) การจัดระเบียบบริหารการปกครองของเมือง
หลักการและแนวความคิด สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้รับมอบหมายให้ปรับปรุงการบริหารราชการส่วนภูมิภาค จึงทรงปรับปรุงเมืองให้เป็นจักรกลสำคัญขิงการบริหารราชการส่วนนี้ การปรับปรุงการบริหารงานบุคคล ราชการส่วนกลางเป็นผู้พิจารณาเรื่องการ แต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนชั้น ถอดถอน พิจารณาความดีความชอบ
การจัดส่วนองค์กรและข้าราชการหัวเมือง มี 3 แผนก ได้แก่ แผนกมหาดไทย แผนกสรรพากร แผนกอัยการ
ผู้ว่าราชการเมือง เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารราชการทุกอย่างในเมือง ยกเว้นการพิพากษาคดีทางศาล
กรมการเมืองในทำเนียบ ได้แก่ ข้าราชการประจำ มี 3คน คือ ปลัดเมือง ยกกระบัตร และผู้ช่วยราชการประกอบด้วยผู้ว่าราชการเมือง และกรมการเมืองอีก 2คณะ ได้แก่ กรมการในทำเนียบ และกรสการนอกทำเนียบ
กรมการเมืองนอกทำเนียบ มีบทบาทในการให้คำปรึกษาหารือแก่ผู้ว่าราชการเมืองและกรมการเมืองในทำเนียบ
กล่าวโดยสรุป หน่วยบริหารราชการชั้นเมืองเป็นหน่วยงานชั้นรองอยู่ใต้การบังคับบัญชาของมณฑลเทศาภิบาล
3) การจัดระเบียบบริหารการปกครองของอำเภอ
หลักการบริหารการปกครองของอำเภอ คือ เป็นหน่วยบริหารราชการส่วนภูมิภาคขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทย มีฐานะเป็นหน่วยปฏิบัติการที่เป็นสาขาหรือตัวแทนของรัฐที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด
การจัดหน่วยบริหารราชการของอำเภอ ตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่ ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2440) ได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดตั้งอำเภอ โดยพิจารณาตามจำนวนพลเมืองที่อาศัยในพื้นที่หรือความกว้างของพื้นที่ ต่อมา พ. ส. 2475 ได้กำหนดให้การจัดตั้งอำเภอใหม่เป็นดุลยพินิจของข้าหลวงเทศาภิบาลหรือสมุหเทศาภิบาล และสามารถจัดตั้ง “กิ่งอำเภอ” ได้
ข้าราชการประจำอำเภอจะประกอบด้วยข้าราชการ 2ประเภท คือ ข้าราชการที่เป็นกรมการอำเภอ และที่ไม่ได้เป็นกรมการอำเภอ ประเภทแรก ได้แก่ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ สมุห์บัญชีอำเภอ ประเภทที่ 2 ได้แก่ เสมียนพนักงาน สำหรับกิ่งอำเภอให้มีกรมการอำเภอ รองจากนายอำเภอ และเสมียนพนักงานประจำการ การจัดหน้าที่ระยะแรกแบ่งเป็น ปลัดอัยการ และปลัดธุรการ การแบ่งงานนี้เป็นอุปสรรคต่อการตรวจท้องที่ จึงได้แบ่งออกเป็นปลัดขวาและซ้าย ปลัดขวาซึ่งอาวุโสกว่าเป็นผู้ช่วยและผู้แทนนายอำเภอทุกกิจการ ปลัดซ้ายอยู่ประจำที่ว่าการรับผิดชอบระเบียบการทุกอย่าง กรมการอำเภอมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในท้องที่
4) การจัดระเบียบบริหารการปกครองของตำบลและหมู่บ้าน
หลักการปกครองของตำบลและหมู่บ้าน ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นหัวหน้าการปกครองชั้นตำบลและหมู่บ้าน มีฐานะเป็นตัวแทนของประชาชนในท้องที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐบาลและประชาชน โดยประชาชนเลือกผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นผู้ใหญ่บ้านเลือกกำนัน
จากการจัดรูปมณฑลอย่างต่อเนื่องตลอดรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 แสดงถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นบทบาทการสร้างรัฐเดี่ยว กล่าวคือ มิติการจัดกระทรวงในฐานะที่เป็นกรอบใหญ่ของการบริหารราชการแผ่นดินและมิติที่สองเป็นการอาศัยกรอบดังกล่าวผนึกกำลังอำนาจของเมืองหลวง และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงส่วนภูมิภาคตามกระบานการสร้างรัฐเดี่ยว
การปกครองท้องถิ่นภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง (พ.ศ.2475-2535)
ในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการอีกครั้งในช่วงปลายปี พ.ศ. 2476 รัฐบาลได้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินอีกครั้งหนึ่ง โดยตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
1. พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476
2. พระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. 2476
3. พระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ.ศ. 2481
4. พระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ. 2495
5. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495
6. พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496
7. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498
8. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนตำบล พ.ศ. 2499
9. ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 326
10. ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 335
11. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518
12. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2521
13. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528
14. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
กล่าวโดยสรุป การริเริ่มจัดให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามกฎหมายฉบับต่าง ๆ นับเป็นพื้นฐานของจุดกำเนิดการปกครองส่วนท้องถิ่นไทยในเวลาต่อมาหลาย ๆ รูปแบบ
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 18 June 2009 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ดูกระทู้ทั้งหมดที่มี ตั้งกระทู้ใหม่
ข่าวประชาสัมพันธ์ บทความที่น่าสนใจจากทีมงานและผู้สนับสนุน http://www.tessaban.com ดูข่าวทั้งหมด
ดันร่าง ก.ม.ท้องถิ่น สู่การปฏิรูปประเทศ อ่าน 73 ครั้ง
การปรับปรุงระบบจำแจกตำแหน่งและค่าตอบแทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น อ่าน 107 ครั้ง
หนังสือตอบรับการเลื่อนวาระการประชุมจากประธานสภาผู้แทน อ่าน 241 ครั้ง
ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เป็นปัญหาอุปสรรค์ต่อการบริหารงานของ อปท. อ่าน 769 ครั้ง
ประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ่าน 454 ครั้ง
การประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวกับข้องกับ อปท. อ่าน 262 ครั้ง
อย่าพึ่งคืนเงินค่าบำรุงสันนิบาตตามที่ สตง.ทักท้วง.....หารือก่อนครับ อ่าน 289 ครั้ง
ความเห็นกฤษฎีต่อการตั้งงบประมาณรายจ่ายของเทศบาลเพื่อเป็นเงินค่าบำรุงสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย อ่าน 336 ครั้ง
ร่าง พรบ.กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการรวมกลุ่ม ขรก.ท้องถิ่น อ่าน 332 ครั้ง
ขอแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตบิดาของ รศ.ยุทธพร อ่าน 161 ครั้ง
สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย แนะแก้ กม.การระจายอำนาจ อ่าน 402 ครั้ง
สรณะ ขอ พนง.เทศบาลมีเอี่ยวขึ้นเงินเดือน 5% อ่าน 709 ครั้ง
ปัญหารายได้จากเงินอุดหนุนทั่วไปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ อ่าน 528 ครั้ง
ขึ้นเงินเดือน ขรก 5% ไม่รวมท้องถิ่น อ่าน 1364 ครั้ง
รายงานการประชุม ก.ท.ครั้งที่ 4 /2553 อ่าน 1352 ครั้ง
มาร์ค รับดันกฎหมายท้องถิ่นเข้าสภา สรณะ ดึง ขรก ร่วมแผนปรองดอง อ่าน 445 ครั้ง
แก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง ส.ท.ท.กับ ส.ท. อ่าน 354 ครั้ง
ร่วมแสดงความคิดเห็นผลักดันร่าง พรบ.กองทุนสวัสดิการข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ... อ่าน 658 ครั้ง
ประชุมสัมนากับสมาคม ชรม ต่างๆ เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการได้ตามระเบียบ อ่าน 556 ครั้ง
โครงการฝึกอบรมหลักสูตรวินัยเบื้องต้นสำหรับพนักงานฯ ประจำปี 2553 อ่าน 441 ครั้ง
ต้องการรับข่าวสารหรือต้องการให้สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทยส่งข่าวสารต่างๆให้กรุณาฝาก E- Mail ของท่านไว้นะครับ

สมัครรับข่าวสาร
ยกเลิกรับข่าวสาร
ภาพกิจกรรม 5 อัลบั๊มล่าสุด <<<คลิกดูภาพทุกอัลบั๊มที่มี>>>
การประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ อปท..
นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะ ได้เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ อปท. และยื่นหนังสือเร่งให้มีการพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ อปท.เช่น ร่าง พรบ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ...ร่าง พรบ.รายได้ท้องถิ่น พ.ศ....ร่าง พรบ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. พ.ศ... ร่าง พรบ.กองทุนสวัสดิการข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ... ร่าง พรบ.กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่มของข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ...ให้กับบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้อง
 
กิจกรรมทั่วไปของสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย
รวมภาพกิจกรรมทั่วไปของสมาคมพนักงาเทศบาลแห่งประเทศไทย
 
เรื่อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการเพิ่มค่าตอบแทนและเงินเดือนของข้าราชการ

วันอังคาร ที่ 29 มิ.ย. 53 เวลา 9.30 น. ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 220 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2
นายวิรัช ร่มเย็น ประธาน กมธ.และ นายถวิล ไพรสณฑ์ ประธานที่ปรึกษา กมธ.
 
ยื่นหนังสือขอสนับสนุนงบประมาณและผลักดันร่าง พรบ.กองทุนสวัสดิการข้าราชการท้องถิ่น
นายสรณะ เทพเนาว์ นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือขอสนับสนุนงบประมาณและผลักดันร่าง พรบ.กองทุนสวัสดิการข้าราชการท้องถิ่น ที่ หอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลาฯหาดไทย วันที่ 13 มิถุนายน 2553 ในการเดินทางมาเป็นประธานเปิด การประชุม ใหญ่ประจำปี 2553 ของสมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย
 
ให้กำลังใจรัฐบาลในการทำงาน
เป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล และขอให้รัฐบาลอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
 
นายสรณะ เทพเนาว์
โพลล์
ท่านเห็นด้วยกับ ร่าง พรบ.กองทุนสวัสดิการข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ... หรือไม่?
  
บริการ
รวมลิงค์ทุกส่วน