|
สาระสำคัญการอบรมและศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น |
|
|
|
|
เขียนโดย พนมไพร ปารมี กรรมการฝ่ายวิชาการ
|
|
Tuesday, 20 October 2009 |
เค้าโครงความเป็นอิสระของท้องถิ่นในญ่ปุ้น ระบบการปกครองท้องถิ่นญี่ปุ่นเป็นระบบสองชั้น ประกอบด้วย จังหวัด และเทศบาล แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสภา และผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีภารกิจหน้าที่มากกว่ารัฐบาลกลางสถานภาพของการปกครองตนเองของท้องถิ่นในรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น มาตรา ๙๒ บัญญัติให้กฎ ระเบียบเกี่ยวกับองค์กรและการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องกำหนดไว้เป็นกฏหมายที่สอดคล้องกับหลักความเป็นอิสระของท้องถิ่น มาตรา ๙๓ บัญญัติให้มีการจัดตั้งสภาท้องถิ่นตามกฎหมาย และผู้บริหารท้องถิ่นมีตามที่กฏหมายบัญญัติ โดยมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มาตรา ๙๔ บัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิที่จะจัดการกับทรัพยสิน กิจการ และบริหารงานตามที่กฎหมายบัญญัติ มาตรา ๙๕ บัญญัติว่า การที่จะมีการออกกฎหมายพิเศษเป็นการเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับเสียงข้างมาจากสภาผู้แทนราษฎรก่อนประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งออกเป็นจังหวัด และเทศบาล โดยมีจำนวน ๔๗ จังหวัด และ ๑,๗๗๗ เทศบาล นอกจากนี้ยังมีการปกครองท้องถิ่นรูปพิเศษคือ โตเกียวมหานคร ซึ่งมีเขตปกครองตนเองย่อย (ward) อีก ๒๓ แห่
| สรุปสาระสำคัญการอบรมและศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ ๑๖ – ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ |
| |
| สรุปสาระสำคัญการอบรมและศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ ๑๖ – ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๒ คณะอบรมฯ ได้ศึกษาวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ณ วัดอาซะกุซ่า ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ และมีประเพณีการแห่ฉลองสิ่งศักดิ์สิทธ์ของชุมชนบริเวณรอบ ๆ วัด วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒  คณะอบรมฯ เดินทางเข้ารับการอบรม ณ สถาบันการปกครองตนเอง (Local Autonomy College) สังกัดกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร ซึ่งเป็นสถาบันอบรมสำหรับข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยมีนายโทชิโอ โอฮิชิ อธิการสถาบันมาให้การต้อนรับ หลังจากนั้นศาสตราจารย์คันนิชิ ชิชิโด ได้บรรยายหัวข้อ ความเป็นอิสระของท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น : สถานการณ์ปัจจุบันและทิศทางในอนาคต (Local Autonomy in Japan : Current Situation & Future Shape 2009) มีสาระสำคัญดังนี้ เค้าโครงความเป็นอิสระของท้องถิ่นในญ่ปุ้น ระบบการปกครองท้องถิ่นญี่ปุ่นเป็นระบบสองชั้น ประกอบด้วย จังหวัด และเทศบาล แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสภา และผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีภารกิจหน้าที่มากกว่ารัฐบาลกลางสถานภาพของการปกครองตนเองของท้องถิ่นในรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น มาตรา ๙๒ บัญญัติให้กฎ ระเบียบเกี่ยวกับองค์กรและการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องกำหนดไว้เป็นกฏหมายที่สอดคล้องกับหลักความเป็นอิสระของท้องถิ่น มาตรา ๙๓ บัญญัติให้มีการจัดตั้งสภาท้องถิ่นตามกฎหมาย และผู้บริหารท้องถิ่นมีตามที่กฏหมายบัญญัติ โดยมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มาตรา ๙๔ บัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิที่จะจัดการกับทรัพยสิน กิจการ และบริหารงานตามที่กฎหมายบัญญัติ มาตรา ๙๕ บัญญัติว่า การที่จะมีการออกกฎหมายพิเศษเป็นการเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับเสียงข้างมาจากสภาผู้แทนราษฎรก่อนประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งออกเป็นจังหวัด และเทศบาล โดยมีจำนวน ๔๗ จังหวัด และ ๑,๗๗๗ เทศบาล นอกจากนี้ยังมีการปกครองท้องถิ่นรูปพิเศษคือ โตเกียวมหานคร ซึ่งมีเขตปกครองตนเองย่อย (ward) อีก ๒๓ แห่ง สภาท้องถิ่น จำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นผันแปรตามจำนวนประชากร -จังหวัด สูงสุด ๑๒๗ คน ต่ำสุด ๓๗ คน เทศบาล สูงสุด ๙๒ คน ต่ำสุด ๖ คน มีวาระดำรงตำแหน่ง ๔ ปี ผู้สมัครสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องเป็นพลเมืองของท้องถิ่นนั้นและมีอายุไม่น้อยกว่า ๒๕ ปี สมัยประชุมมี ๔ ครั้งต่อปี ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหารและสภาท้องถิ่น เป็นความสัมพันธ์เชิงนิติบัญญัติโดยฝ่ายบริหารจะเสนอร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นต่อสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และการแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเทศมนตรี ผู้รับผิดชอบด้านการคลังของจังหวัด/เทศบาลนคร และคณะกรรมการการศึกษา ต้องเสนอให้สภาท้องถิ่นให้ความเห็นชอบการจัดองค์การของจังหวัดและเทศบาล -รองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองนายกเทศมนตรีได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายกเทศมนตรีโดยความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น มีวาระดำรงตำแหน่ง ๔ ปี -ผู้อำนวยการสำนัก/ฝ่าย/ส่วนเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายกเทศมนตรีระบบเลือกตั้งท้องถิ่น -ผู้ว่าราชการจังหวัด/นายกเทศมนตรี/สมาชิกสภาท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน -คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ส่วนผู้สม้ครเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดมีอายุตั้งแต่ ๓๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยมีระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้ง ๑๗ วัน -คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ต้องมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไปเช่นกัน ส่วนผู้สมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีมีอายุตั้งแต่ ๒๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยมีระยะเวลาหาเสียง ๕ – ๑๔ วันขึ้นอยู่กับประเภทของเทศบาล -คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ส่วนผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมีอายุ ๒๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้ง ๕ – ๙ วัน ขึ้นอยู่กับประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระบบข้าราชการส่วนท้องถิ่น -หลักการสำคัญของกฎหมายบริการสาธารณะท้องถิ่น (Local Public Service Law) คือ ความเสมอภาค การปรับให้เข้ากับสถานการณ์ทางสังคม และระบบคุณธรรม -หน้าที่ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น -หน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด -หน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสถานภาพ เช่น การรักษาความลับ การไม่หยุดงานประท้วง มีความเป็นกลาง เป็นต้น -การลงโทษทางวินัย -สภาพการทำงาน -เงินเดือนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีกำหนดไว้ในกฎระเบียบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เงินเดือนถูกกำหนดจากการพิจารณาระดับเงินเดือนของข้าราชการส่วนกลาง และองค์กรอื่นของรัฐรวมถึงภาคธุรกิจด้วยเช่นกัน -ในระดับจังหวัด คณะกรรมาธิการด้านบุคคลสามารถเสนอแนะให้มีการปรับเงินเดือนได้ถ้าจำเป็น การคลังท้องถิ่น สัดส่วนรายได้ระหว่างรัฐกับท้องถิ่นเท่ากับ ๓:๒ และสัดส่วนรายจ่ายระหว่างรัฐกับท้องถิ่นเท่ากัน ๒:๓ การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น ประเด็นการปฏิรูปได้แก่ -การทำให้เกิดความชัดเจนระหว่างบทบาทของส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น -การยกเลิกระบบการมอบหมายหน้าที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น -การทบทวนการเข้ามามีเกี่ยวข้องของรัฐบาลกลาง -การส่งเสริมการมอบอำนาจหน้าที่ -ปรับลดเงื่อนไขในการจัดตั้งองค์การ -การปฏิรูปการคลังท้องถิ่น (ปี ๒๕๔๔ – ๒๕๔๙) โดยการให้มีการจัดสรรรายได้ให้ท้องถิ่นเพิ่มขึ้น การปรับระบบเงินอุดหนุนท้องถิ่นการควบรวมเทศบาล -จำนวนเทศบาลในปี ค.ศ.๑๘๘๙ เท่ากับ ๗๑,๓๑๔ เทศบาล จำนวนเทศบาลในปี ค.ศ.๒๐๐๙ เท่ากัน ๑,๗๗๗ เทศบาล -ทั้งนี้เป็นผลมาจากการรวมเทศบาลหลายแห่งเข้าด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการกระจายอำนาจ การรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ การตอบสนองความต้องการทีหลากหลายของประชาชน การขยายตัวของชุมชน และการปรับการบริหารเทศบาลให้มีประสิทธิภาพ การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นสู่การกระจายอำนาจ -ทำบทบาทระหว่างรัฐในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นให้เกิดความชัดเจน -การจัดทำแผนส่งเสริมการกระจายอำนาจเพื่อการปฏิรูปการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น -จัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการกระจายอำนาจในปี ค.ศ.๒๐๐๗ ประกอบด้วยกรรมการ ๗ คน แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบจากรัฐสภา ตัวแบบระบบภาค Doshusei -เตรียมการจัดทำตัวแบบภูมิภาค ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่นแบบภาค ซึ่งจะมีบทบาทในการดูแลในภาพกว้างของภาคนั้น การกำหนดมาตรฐาน การปรับแก้ไขความแตกต่างกันของรายได้ระหว่างเทศบาลในภาค โดยที่เทศบาลจะทำหน้าที่ในการบริการสาธารณะที่จำเป็นต่อประชาชนในท้องถิ่น -มีเป้าหมายที่จะนำตัวแบบนี้มาใช้ภายใน ๑ ทศวรรษ งานเลี้ยงรับรอง ภายหลังการบรรยาย ในตอนค่ำ สภาองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยนายมิชิฮิโร คายาม่า ประธานกรรมการบริหารของสภาฯ ได้เลี้ยงต้อนรับคณะอบรมฯ และได้สนทนาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นญี่ปุ่นและประเทศไทย วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ คณะอบรมฯ ได้เดินทางไปสถาบันบัณฑิตเพื่อนโยบายศึกษา (National Graduate , Institue For Policy Studies, GRIPS) และได้รับการต้อนรับจากศาสตราจารย์ฮิโรชิ อิคาว่า ในฐานะตัวแทนของสถาบันฯ และบรรยายในหัวข้อ การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นในญิ่ปุ่น (Administrative Reform Of Local Government in Japan) สรุปสาระสำคัญดังนี้เค้าโครงการปกครองท้องถิ่นในญี่ปุ่น -โครงสร้างของการปกครองท้องถิ่นญีปุ่น -ระบบสองชั้น ได้แก่ จังหวัด และเทศบาล (นคร เมือง และตำบล) -จำนวน จังหวัด ๔๗ จังหวัด เทศบาลในเดือนเมษายนปี ๒๐๐๔ (เทศบาลนคร ๓๑๐๐,เมือง ๑๘๗๒ และเทศบาลตำบล ๕๓๓ และเขตพิเศษ ๒๓) -เดือนเมษายน ๒๐๐๙ เทศบาล ๑๗๗๗ นคร ๖๙๕ เมือง ๘๐๒ และเทศบาลตำบล ๑๙๒ เขตพิเศษ ๒๓) · บทบาทของการปกครองท้องถิ่นในญี่ปุ่นo ค่าใช้จ่ายมวลรวมและการคลังท้องถิ่น§ ค่าใช้จ่ายของท้องถิ่นคิดเป็นร้อยละ ๑๒ ของ GDP§ สัดส่วนค่าใช้จ่ายของการปกครองท้องถิ่นประมาณ ๓ เท่าของรัฐบาลกลางo หน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น§ เป็นหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่น· มาตรการส่งเสริมการควบรวมเป็นมาตรการภายใต้สภาวะการกดดันด้านรายได้ของท้องถิ่น การควบรวมทำให้การบริหารและการคลังท้องถิ่นเข้มแข็งขึ้น และทำให้การให้บริการสาธารณะมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยจำนวนเทศบาลมีลดลงจากการควบรวม เหตุผลที่ควบรวมo ขอบข่ายกิจกรรมของประชาชนขยายออกไปมากขึ้นo อำนาจหน้าที่ของเทศบาลใหญ่ขึ้นเริ่อย ๆ ทำให้ขนาดของเทศบาลต้องใหญ่ตามไปด้วย· มีปัญหางบประมาณ และภาวะหนี้สินของท้องถิ่นไม่มีงบประมาณไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่ ภาวะหนี้สินจากการกู้ยืมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีประมาณ ๑๓๙ หมื่นล้านเย็นในปีงบประมาณ ๒๐๐๖ เพื่อนำมาใช้จ่ายในกิจการของท้องถิ่นเนื่องจากการถูกตัดภาษีและร่ายได้ลดลงอย่างไรก็ตาม ก็มีประชาชนไม่พอใจเพราะการมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ประชาชนติดต่อกับเทศบาลลำบากการควบรวมจึงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมการควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรัฐบาลมีแรงจูงใจโดยมีงบประมาณสนับสนุนเช่น งบก่อสร้างอาคารใหม่ เป็นต้น เทศบาลทิ่อยู่ในเขตชนบท รัฐบาลจะจัดสรรเงินให้แก่ท้องถิ่นเพิ่มเติม (งบรัฐจัดสรรท้องถิ่น) แต่ท้องถิ่นใหญ่เช่นโตเกียวไม่มีสิทธิได้รับจัดสรรเงินรัฐจัดสรรนี้ภารกิจตำรวจเป็นความรับผิดชอบของจังหวัด การควบรวมเทศบาลจึงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีขนาดและประชากรที่แตกต่างกันทำให้รายได้ที่มีก็มีความแตกต่างกันด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นญี่ปุ่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ที่รับผิดชอบมากทำให้มีรายจ่ายจำนวนมากในการดำเนินภารกิจเหล่านี้ระหว่างท้องถิ่นกับรัฐบาลกลางเป็น ๕๙ ต่อ ๔๒ โดยรายจ่ายส่วนมากร้อยละ ๑๗.๕ เป็นด้านสวัสดิการสังคมร้อยละ ๑๗.๕ รายจ่ายบริหารทั้วไปหรือ ๘.๓สำหรับด้านการศึกษา คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๕ ส่วนรายจ่ายด้านการศึกษาร้อยละ ๑๐.๑ และด้าน ๒๑.๒ ท้องถิ่นสามารถออกพันธบัตร และมีหนี้ ๕ ล้านล้านเย็น หรือ ๕ เท่าของรัฐบาลกลางทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการมาหลายครั้งแล้วเพื่อแก้ไขปัญหา ในงบประมาณของรัฐบาลกลาง ประมาณร้อยละ ๓๐ เป็นการจ่ายคืนเงินกู้ การออกพันธบัตร แต่ยังโชคดีที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ประมาณร้อยละ ๑ – ๒ เท่านั้น ภาษีรัฐจัดสรรให้ท้องถิ่นได้แก่ ภาษีนิติบุคคล ภาษีป้าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสุรา ยาสูบ ภาษีเงินได้ ระบบการคลังท้องถิ่น -ภาษีท้องถิ่นจัดเก็บเองได้แก่ ภาษีผู้อยู่อาศัย คล้ายภาษีเงินได้ของประชาชน และภาษีนิติบุคคล ภาษีสำหรับเทศบาล ได้แก่ ภาษีอหังสาริมทรัพย? -ภาษีท้องถิ่นรัฐจัดสรรให้ท้องถิ่น ซึ่งเป็นงบที่ต้องรับความเห็นชอบจากรัฐบลกลางเพราะเกี่ยวข้องกับการกู้เงิน -รายได้จากการออกพันธบัตร · การออกพันธบัตรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอดีต จังหวัดต้องขออนุมัติจากกระทรวงฯ และเทศบาลต้องขออนุมัติจากจังหวัด ทั้ง อบจ. และเทศบาลต้องขออนุญาตจากจังหวด ในปัจจุบันนี้ให้เป็นอำนจหน้าที่ของท้องถี่น ปัจจุบัน อปท เทศบาลไม่ต้องขออนุมัติจากหน่วยใด· มาตรการในการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น-การลดจำนวนบุคลากรท้องถิ่น โดยลดลงร้อยละ ๗.๘ (ประมาณ ๒,๘๐๐ คน) ในปีงบประมาณ ๑๙๙๙ – ๒๐๐๔ และร้อยละ ๖.๙ (ประมาณ ๒,๓๐๐ คน ในปีงบประมาณ ๒๐๐๕ – ๒๐๐๙ (มีอยู่ประมาณ ๔ ล้านคน หรือข้าราชการท้องถิ่นประมาณ ๓๒ คนต่อประชากร ๑๐๐๐ )-การลดเงินเดือนบุคลากรท้องถิ่น ๖ร้อยละ ๗ สำหรับผู้บริหารระดับสูง ร้อยละ ๕ สำหรับผู้บริหารระดับกลาง และร้อยละ ๓ สำหรับเจ้าหน้าที่)· การจ้างเอกชนให้มาดำเนินการแทน เช่น การรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบถนน การรับโทรศัพท์ เป็นต้น· การลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างของท้องถิ่น· การจัดทำบัญชีเงินเดือนใหม่ให้เหมาะสม· ปรับภาษีรัฐให้เป็นภาษีท้องถิ่นเพื่อให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น การจัดองค์การและกฎหมายพื้นฐานของสภาท้องถิ่น สภาท้องถิ่นประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในท้องถิ่นจำนวนสมาชิกขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรในแต่ละท้องถิ่น -สภาจังหวัด มีสมาชิก ๔๐ – ๑๒๐ คน (สภานครโตเกียวมี ๑๓๐ คน) เทศบาลนคร ๒๖ – ๙๖ คน-เทศบาลเมือง/ตำบล ๑๒ – ๒๖ คนวาระการดำรงตำแหน่ง ๔ ปีมีข้อห้ามมิให้เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นอื่นในระหว่างดำรงตำแหน่งรวมถึงการห้ามเป็นข้าราชการทุกประเภทสมาชิกสภาท้องถิ่นห้ามมีส่วนได้เสียในสัญญาที่มีการกระทำระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับบริษัท หน้าที่สำคัญของสภาท้องถิ่น -การบัญญัติข้อบัญญัติท้องถิ่น -การพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณ -การกำหนดอัตราภาษีท้องถิ่น -การให้ความเห็นชอบการทำสัญญาจ้าง -การอนุญาตการใช้ที่ดินสาธารณะ -การตรวจสอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้มีสิทธิเสนอร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นคือ ผู้ว่าราชการ นายกเทศมนตรี สมาชิกสภาท้องถิ่นคณะกรรมาธิการสภาประกอบด้วย คณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการกิจการสภา และคณะกรรมาธิการพิเศษ ในช่วงบ่าย ศาสตราจารย์คิโยทาก่า โยโกมิชิ บรรยายในหัวข้อ การสร้างสรรค์และการจัดทำนโยบายเชิงกลยุทธ์ (Creative & Strategic Policy Formation) สรุปสาระสำคัญดังนี้ กระบวนการจัดทำนโยบาย วงจรนโยบาย (PDS Plan Do See) -ปัจจุบันเป็น PDCA Plan Do Check Action) -วงจรนโยบายประกอบด้วย -การค้นหาปัญหา-การแสวงหาข้อมูล/การสร้างตัวแบบ-การสร้างทางเลือก-การนำไปสู่โครงการ/งบประมาณ-ประเมินโครงการก่อนเริ่มงาน-ตัดสินใจ -การปฏิบัติงาน-ประเมินผล ดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมด เป็น ไฟล์เต็ม << คลิก ขนาดไฟล์ 20 MB อ่านสรุปการสัมมนาทั้งในไทยและญี่ปุ่น ทั้งหมด << คลิก ขนาดไฟล์ 6.29 MB |
| |
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 25 May 2010 )
|