00003-8PHP infoBoard V.7 Plus
ด่วน!กฤษฎีกาวินิจฉัยเรื่องค่าบำรุง ส.ท.ท.แล้ว

เรียน พี่น้องผองเพื่อนชาวเทศบาลที่รักทุกท่าน

     วันนี้ผมมีข่าวดีมาบอกพี่น้องผองเพื่อนชาวเทศบาล ครึ่งหนึ่งครับ คือ...คณะกรรมการกฤษฎีกาได้วินิจฉัย สรุปความเห็นเรื่องค่าบำรุง ส.ท.ท. แล้ว...ส่วนอีกครึ่งคงต้องรอคำวินิจฉัยที่ท่านเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงนามครบตามขั้นตอนแล้ว สาธารณชน คงจะได้มีโอกาสรับรู้ว่า กรณีที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ส่งเรื่อง ขอหารือการตั้งงบประมาณเพื่อจ่ายเป็นค่าบำรุงให้แก่สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย  นั้น

     ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นเช่นไร  ตัวผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ  ท่านใดทราบก็ช่วยอัพเดทข้อมูลด้วย  แต่อย่างน้อยที่สุด...เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกา  มีความเห็น ในเรื่องนี้แล้ว  ผมเชื่อว่ากระบวนการจัดทำร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายของเทศบาลต่างๆคงง่ายยิ่งขึ้น

      เพราะผมเองเชื่อว่าองค์กรของรัฐเมื่อหารือต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว..ก็คงเชื่อฟังความเห็น  แต่หน่วยงานหรือบุคคลต่างๆ ส่วนนี้   จะเชื่อหรือไม่เชื่อหรือไปดำเนินการใดๆ ตามสิทธิที่กฎหมายรับรอง  อันนี้ก็คงต้องว่ากันไป ตามแต่เทศบาลนั้นๆ

     ผมเพียงอยากฝากเป็นข้อสังเกตไปถึงเทศบาลต่างๆที่กำลังจัดทำร่างเทศบัญญัติงบประมาณ ประเด็นเรื่องค่าบำรุงนี้...ก็น่าที่ควรจะรอฟังความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ  สภาเทศบาลก็อย่าพึ่ง รวบรัด รีบอนุมัติเร็วนัก...เว้นแต่ว่า ต้องเสียเวลารออีกหลายสัปดาห์ อย่างนี้ ถ้าเป็นผมก็จะไม่รอเหมือนกัน

    สรุป...ใครรู้หรือมีข้อมูลที่อัพเดท..แจ้งข่าวด้วยครับ

                  ขอแสดงความนับถือ

                 นายสุขกาย สุริยะโรจน์

   ประธานชมรมสมาชิกสภาเทศบาลแห่งประเทศไทย



นายสุขกาย สุริยะโรจน์ - sukkaisuriya at hotmaiL.com
29/07/2010 - 16:48 - 125.26.201.xx

 

เรียน ท่านสุขกายที่เคารพ

     ขอขอบพระคุณท่านที่ติดตามข่าวสารเรื่องนี้นะคะ เพราะมีหลายแห่งยังไม่ชัดเจนที่ สตง.ทักท้วง  ดูว่าท่านเป็นคนติดตามข้อมูลข่าวสาร ทันเหตุการณ์ ได้แนวทางอะไรใหม่ ๆ โปรดแจ้งให้พวกเราทราบดังเช่นที่ท่านกำลังทำอยู่นะปัจจุบัน เพราะพวกเราจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง  ขอขคุณมากค่ะ

พนักงานเทศบาล



พนักงานเทศบาล - hotmail at hotmail.com
30/07/2010 - 09:30 - 61.19.66.xx

00003-8 No. 1

เรียน ท่านพนักงานเทศบาลและพี่น้องผองเพื่อนที่เคารพรักทุกท่าน

     ขอขอบคุณที่ท่านให้เกียรติตอบกระทู้ รวมทั้งการขอบคุณ ต่อตัวผม  ก็เรียนย้ำอีกครั้งครับว่า...หน้าที่อย่างหนึ่งของพวกเราชาวท้องถิ่นคือการให้ข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย ถูกต้อง รวดเร็ว ปราศจากอคติ เพราะตัวผมเองเชื่อว่า พวกเราชาวท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายประจำ หรือฝ่ายสภา ล้วนแล้วเป็นปัญญาชนทั้งสิ้น คิดเป็น ฟังเป็น อ่านเป็น เขียนเป็น คือการที่ใครจะจูงใคร ครอบงำใคร คนระดับพวกเราไม่น่าที่จะให้เกิดขึ้นได้ ใช่ไหมครับ

     ดังนั้น...ผมก็อยากฝากทุกท่านว่า การนำเสนอข้อความต่างๆบนกระดานสนทนา  แน่นอนที่สุดว่า ย่อมหลากหลาย ทั้งลีลาและเนื้อหา  บางที่ก็แฝงด้วยอารมณ์  ก็พิจารณาแยกแยะ กันดูก็แล้วกันครับ

     สำหรับเรื่องค่าบำรุง สันนิบาตเทศบาล นี้ ไหนๆผมก็จับเรื่องนี้มาโดยตลอดก็ขอวิพากษ์ต่อนะครับ...คือเรื่องนี้ ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ชาวท้องถิ่นควรจดจำ กล่าวคือเป็นเรื่องที่กระทบต่อบุคลากรทุกฝ่าย ทั้งในและนอกองค์กรเทศบาล มีผลประโยชน์เป็นจำนวนเงินมหาศาล ในแต่ละปี ประมาณ 50-80 ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่า  เพราะไม่รู้ว่าจะมีการเรียกเงินคืนหรือไม่อย่างไร  หน่วยงานราชการสองหน่วยมีความเห็นขัดแย้ง คือ สตง.และกรมส่งเสริม  บุคลากรของเทศบาลเองก็ขัดแย้งกัน เช่น ฝ่ายบริหารและฝ่ายสภา  บุคลากรบางฝ่ายกลืนไม่เข้าคายไม่ออก  ที่เห็นๆ ก็คือ ปลัดเทศบาล ในฐานะเจ้าหน้าที่งบประมาณ  ฝ่ายสภาเองก็อึดอัด เพราะถ้าพูดด้วยใจเป็นธรรมแล้ว  ในฐานะฝ่ายที่จะต้องอนุมัติงบประมาณ ดังนั้นต้องรับผิดชอบเต็มๆล่ะครับ และเป็นคนแรกด้วยครับ

     ส่วนฝ่ายที่ผมเห็นว่า  งานนี้ตัดสินใจง่ายที่สุด  ภาระความรับผิดชอบน้อยที่สุดคือ ฝ่ายบริหาร  ที่พูดอย่างนี้ก็เพราะว่า..ฝ่ายนี้จะอ้างและโยนเรื่องเรื่องทั้งหมดไปที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่รับผิดชอบองค์กรปกครองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกรมการปกครอง หรือกรมส่งเสริม  โดยเฉพาะการอ้างถึงหนังสือสั่งการ ฉบับยอดฮิต หนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท.0313.4/ว3889 ลงวันที่ 29 พ.ย.2538 ที่สั่งให้เทศบาลทุกแห่ง(ในขณะนั้น)จ่ายเงินค่าบำรุงสันนิบาตตามอัตราข้อบังคับของสมาคมในปีนั้นคือ อัตราร้อยละไม่น้อยกว่า เศษหนึ่งส่วนหกของรายได้ ไม่รวมเงินกู้ เงินอุดหนุน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ในขณะที่ปัจจุบันข้อบังคับ ส.ท.ท. คือ ไม่เกิน700,000 บาท  และมีหนังสืออีกฉบับคือ หนังสือกรมการปกครอง ด่วนมาก ที่ มท 0313.4/ว2787 ลงวันที่ 18 พ.ย.2542 ซึ่งสาระสำคัญของหนังสือฉบับนี้ คือ ซักซ้อมการจัดทำงบประมาณรูปแบบใหม่ และกำหนดรูปแบบการจ่ายค่าบำรุงในลักษณะงบผูกพัน 

     เหตุผลข้ออ้างของ ส.ท.ท. และของกรมส่งเสริม เท่าที่ผมติดตามดูก็อ้างแค่นี้ล่ะครับ..เพราะฉะนั้น  ท่านนายกเทศมนตรีทั้งหลาย แทบไม่ต้องมาเดือดร้อนจากการจ่ายเงินค่าบำรุงเลยครับ  เพราะคนอนุมัติคือสภา   ผิดหรือถูก สภาโดนเต็มๆ  ฝ่ายประจำก็เหมือนกันผมว่า  ทางออกน่าจะมีมากโยนให้ฝ่ายสภาและกรมส่งเสริมนั่นแหละครับ

     แต่ผมมีข้อสังเกตล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องงบค่าบำรุง ส.ท.ท.ดังนี้  คือ  ทำไมการจ่ายค่าบำรุงสมาคมสันนิบาตเทศบาลจะต้องจ่ายในรูปงบผูกพัน ...ทำไมไม่จ่ายในรูปแบบอื่น เช่น เงินอุดหนุน..เรื่องนี้ รับรองว่า มันต้องมีอะไรๆ  แฝงไว้เยอะครับเอาเป็นว่า ตามไปเรื่อยๆครับ

แล้วผมจะชำแหละเรื่องนี้...

                        ขอแสดงความนับถือ

                      นายสุขกาย  สุริยะโรจน์

      ประธานชมรมสมาชิกสภาเทศบาลแห่งประเทศไทย 



นายสุขกาย สุริยะโรจน์ - sukkaisuriya at hotmail.com
30/07/2010 - 10:22 - 125.26.204.xx
ชมรมสมาชิกสภาเทศบาลแห่งประเทศไทย ใครตั้งครับ ตั้งแต่เมื่อใด แล้วใครเลือกท่านเป็นประธานครับ หรือว่าผมพึ่งมาใหม่เลยไม่รู้
สมาชิกสภาเทศบาลเช่นกัน ลบ -
30/07/2010 - 21:00 - 180.183.96.xx
รายละเอียดเกี่ยวกับชมรมสมาชิกสภาเทศบาลแห่งประเทศไทย ดูได้ที่http://www.memberlocal.com/home/index.php/component/content/article/3--m-m-s/108-tes001.html
ส่วนประเด็นที่ท่านถามว่า ใครเลือกผมเป็นประธาน ก็บรรดาสมาชิกในชมรมนั่นแหละครับ...แต่การเลือกผมเป็นประธานนี้ มีลักษณะพิเศษคือ ท่านประธานวินัย ลาออก หลังจากนั้น สมาชิกเขาก็ซาวเสียงกัน เมื่อไม่มีใครค้านผม...ผมก็ได้เป็นประธานครับ
ชมรมของเราไม่มีเส้น ไม่มีอภิสิทธิ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และเราไม่เบียดบังเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ต่างๆ มาเสวยสุข พากันไปเที่ยวต่างประเทศ หรือประชุมกันอย่างหรูหรา ใช้เงิบแบบฟุ่มเฟื่อย
ชมรมพวกเราไม่เคยถูกถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งฟอกงบ นำเงินหลวงมาใช้แบบเงินราษฎร์ เสร็จแล้ว ก็ถูก สตง. เรียกเงินคืน
ชมรมของเรากำลังต่อสู้ เรื่องความไม่เป็นธรรมหลายๆด้านครับ ทั้งเรื่องที่อาจจะต้องคืนเงิน นี่ น่าจะเป็นฝ่ายสภาซะด้วย เพราะว่าเป็นฝ่ายที่อนุมัติโดยตรงครับ ทั้งๆที่ แทบจะไม่ได้ใช้เงินกะเขาเลย ซวยแท้ๆ นอกจากนี้ชมรมไม่สามารถขอเงินค่าบำรุงชมรมจาก เทศบาลได้ครับ เราก็เลยอยู่กันตามมีตามเกิด ดูแลรักษาผลประโยชน์ให้แก่สมาชิกสภาเทศบาลและพี่น้อประชาชน นี่ถ้าเรามีเงินบำรุงปีละ 80 ล้านบาท เหมือนกับบางองค์กรของเทศบาล ล่ะก็...ป่านนี้ งานของเทศบาลไปโลดแล้วครับ..โดยเฉพาะวงงาน ฝ่ายสภานี่...ไม่เหลาเหยแบบนี้ หรอกครับ
นายสุขกาย สุริยะโรจน์ ลบ -
31/07/2010 - 13:24 - 125.26.200.xx

00003-8 No. 2

ดูเหมีอนว่าท่านประธานชมรมสมาชิกสภาเทศบาลจะเป็นเดีอดเป็นแค้นกับฝ่ายบริหารเสียเหลีอเกินนะครับ ที่เขามีสิทธิบริหารงานตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ ถ้าท่านอยากจะไปเที่ยวต่างประเทศบ้างหรีอฟอกงบ หรีออะไรที่เป็นผลประโยชท่านน่าจะสมัครนายกแข่งไปเลยนะจะได้รู้ว่าใครแน่กว่าใคร ให้ประชาชนตัดสินไปเลย ท่านจะได้ทำหน้าที่อย่างที่ท่านอยากทำ แล้วพวกเราชาวเทศบาลจะคอยติดตามผลงานของท่านในการบริหารครับ เผี่อได้เป็นนายก สทท คนต่อไป

 



สท - sortor at hotmail.com
1/08/2010 - 09:23 - 180.183.158.xx
เรียน ท่านส.ท.ที่เคารพ
โดยส่วนตัวผมไม่เคย " ที่จะเป็นเดีอดเป็นแค้นกับฝ่ายบริหาร " หรือคิดอิจฉา นะครับ แต่ที่เห็นผมมีอาการนี่ เพราะว่า ผมรับไม่ได้กับการเอาเปรียบกันหรือการบริหารจัดการที่ไม่เป็นธรรมในองค์กรครับ
ก็อย่างที่เห็นๆกันอยู่นั่นแหละครับว่า...กรณี ส.ท.ท. ถ้าหากไม่ใช้งบของเทศบาล หรือถ้าใช้งบของเทศบาลแล้ว บริหารจัดการอย่างเป็นธรรม ผมและส.ท. คนอื่นๆไม่มีใครโวย หรืออกมาเคลื่อนไหว หรอกครับ แต่ถ้าทำแบบที่เห็นๆกันอยู่นี้ มันก็มีปัญหาเป็นธรรมดาครับ...กฎธรรมชาติง่ายๆ...ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกครับ
ผมติดใจประเด็นที่ท่านว่า " เขามีสิทธิบริหารงานตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ ถ้าท่านอยากจะไปเที่ยวต่างประเทศบ้างหรีอฟอกงบ หรีออะไรที่เป็นผลประโยชท่านน่าจะสมัครนายกแข่งไปเลย " ผมไม่เคยอิจฉา เรื่องอำนาจการบริหารที่ถูกกฎหมายและทำนองคลองธรรมของฝ่ายบริหาร นะครับ แต่การใดที่ไม่เข้าท่า...ผมค้านและชนอยู่แล้วครับ...ก็ทำมาตั้งแต่ที่เป็น ส.ท.ใหม่ๆนั่นแหละครับ...ไม่รู้ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อนะ ผมนี่เป็น ส.ท. ฝ่ายรัฐบาล คือ อยู่ทีมเดียวกันกับ นายกมาโดยตลอด...แต่ ในการทำหน้าที่ของผมนั้น ทำหน้าที่การตรวจการทำงานของฝ่ายบริหาร มากกว่า ฝ่ายค้านตัวจริง ซะอีกครับ
เพราะฉะนั้น...ประเด็นเรื่องอิจฉา และอยากเป็นนายก นั้น ไม่เกี่ยวครับ...ซึ่งที่ผมคิด และทำอยู่นี้ ก็คือ ทำอย่างไรจึงจะให้คนเทศบาลทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในองค์กรที่เป็นตัวแทนของเทศบาลครับ
ขอยืนยันครับว่า
(1) หาก ส.ท.ท. ไม่ใช่เงืนค่าบำรุง จาก เทศบาล และ ส.ท. ไม่ต้องอนุมัติ เช่น มท.อุดหนุนให้โดยตรง
(2) อย่าอ้างว่าเป็นองค์กรตัวแทนของเทศบาลทั่วประเทศ ถ้าอ้างว่า เป็นองค์กรของฝ่ายบริหารเทศบาลทั่วประเทศ อย่างนี้ไม่ผิด
ถ้าทำได้ทั้งสองข้อนี้ รับรองว่า..ไม่มี ส.ท.คนไหนไปยุ่งหรือไปวิพากษ์วิจารณ์ ฝ่ายบริหาร หรอกครับ
และเวลาเราวัดกันว่าใครแน่หรือไม่แน่กว่าใคร นี่...อย่าเอาเรื่องการเลือกตั้งมาวัดนะครับ ถ้าจะวัดกันนั้นต้องวัดที่การทำงานครับ
ยกตัวอย่าง เช่น การบริหาร ส.ท.ท. นี่ ถ้าหากเราจะวัดฝีมือ นายกและ ส.ท. ในการบริหาร ส.ท.ท. นี่ วิธีวัดผล นั้น หมู มาก อย่างแรก ท่านไปคัดนายกที่เจ๋ง...มาเลยซัก 5 ท่าน คัด ส.ท.ที่เก่งๆ มา 5 ท่าน มาทำแบบทดสอบกันดู ใครจะมีวิสัยทัศฯหรือแนวทางในการบริหารองค์กรดีกว่ากัน แค่ประเด็นการสร้างความเสมอภาค เรื่องธรรมาภิบาล แค่นี้ ยังไม่ได้ทำแบบทดสอบ นายกก็ไม่ผ่านแล้วครับ
ท่าน ส.ท. เคยอ่านข่าวที่ มีนายกเทศมนตรีหลายๆท่านให้ สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ไหมครับ นายกหลายคน พูด อย่างหน้าตาเฉยว่า...ส.ท.ท. คือ องค์กรของผู้บริหาร (นายกกับปลัดแค่นั้น) สมาชิกสภาเทศบาล ไม่เกี่ยว แต่เวลาจะเก็บค่าบำรุง ส.ท. ต้องอนุมัต เวลาถูกเรียกเงินคืน ส.ท. ต้องคืนด้วย...แค่นี้ชัดไหมท่าน
หรือหากท่านอยากจะแข่งจริงๆ เอาแบบนี้ ไหมครับ สมาคม ส.ท.ท. นั้น เปิดโอกาส ให้ทั้ง นายก ปลัด และ ส.ท. ลงแข่งขันกันได้ โดยผู้เลือกตั้ง ก็คือ ประชากรเทศบาลทั้งมวล...รับรองครับว่า...ถ้าใครมาท้าผมแบบนี้ ไม่มีหนี้หรอกครับ ว่าแต่ว่า กล้าเปิดกว้างไหมครับ...แค่ ส.ท. ขอเข้าไปมีส่วนร่วมใน ส.ท.ท. ท่านก็ไปดูอาการของท่านนายกทั้งหลายสิครับ...ออกอาการอะไรบ้าง
เวลาประชุม ส.ท.ท. นี่...ถ้ารู้ว่าผมไปร่วมด้วย นี่ เขาห้ามผมพูดนะครับ ไม่เชื่อก็ไปถามเขาดูก็แล้วกัน ว่า มีแบบนี้ด้วยหรือ
คนที่ไม่รู้...นี่ผมเห็นใจนะครับ แต่คนที่รู้แล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้นี่...เขาเรียกว่าอะไรครับ......?
นายสุขกาย สุริยะโรจน์ ลบ -
1/08/2010 - 12:07 - 125.26.205.xx

00003-8 No. 3

ใครบอกท่านว่าส.ท.ต้องคืนเงินที่สตง. เรียกคืนด้วย ทำงานมาเกือบจะเกษียณแล้ว ไม่เคยเห็น ส.ท. คืนเงินเลย มีแต่ฝ่ายข้าราชการประจำทั้งนั้น โปรดให้ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับผู้ไม่รู้ด้วยไม่ใช่พูดเอาแต่มันเหมือนนักการเมืองทั่วไป

ฝ่ายประจำ - tonkwaw at gmail.com
2/08/2010 - 14:14 - 125.27.82.xx

00003-8 No. 4

เรียนท่านฝ่ายประจำและพี่น้องชาวเทศบาลที่เคารพ

     ประเด็นอื่นผมไม่ทราบครับ...แต่ผมเคยสอบถามเจ้าหน้าที่ของ ส.ต.ง.ว่า กรณีเรื่องค่าบำรุง ส.ท.ท.นี่

 การคืนเงินนั้น หลักใหญ่ๆ ก็คือ ใครเอาเงินไปคนนั้นแหละครับต้องคืน  หลังจากนั้นหากไม่พอ ก็ต้องไปไล่เบี้ยเอากับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ใครเป็นคนอนุมัติเงิน  คนนั้นแหละครับต้องคืนเงิน

     ที่นี้มาดูเรื่องค่าบำรุง ส.ท.ท. เรื่องนี้ในความเห็นผมคนที่ต้องรับผิดชอบสูงสุด ก็คือ สภา ครับ  เพราะว่าในเรื่องงบประมาณนั้น...เมื่อมีการบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม สภาต้องกรองให้ละเอียด งบไหนจ่ายได้หรือไม่ได้ งบไหนอุดหนุน งบไหนผูกพัน  งบผูกพันนี่ ผูกพันเพราะอะไร  มีหนังสือสั่งการสั่ง  ก็ต้องดูต่อว่าเป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่  คนสั่งมีอำนาจสั่งหรือไม่  ไม่ใช่สักแต่ว่าพอนายกก็ดี ปลัดก็ดีอ้างว่ามีระเบียบ อย่างนู้นอย่างนี้ สภาก็ต้องเชื่อตามทั้งหมด หามิได้ครับ ทุกอย่างต้องใช้วิจารณญาณ  ยิ่งเป็นเงินภาษีประชาชนด้วยแล้ว ก็ต้องยิ่งละเอียด

     กรณีแบบนี้             ถ้าเป็นเทศบาลอื่นผมไม่ทราบ  แต่ถ้าเป็นเทศบาลเมืองยโสธร  ผมแย้ง หรือไม่ก็ย้อนถาม ด้วยเหตุผลว่า ขอให้ท่านที่รับผิดชอบโปรดชี้แจงด้วยครับ...ถ้าชอบด้วยเหตุผล ก็รับฟัง...ถ้าเป็นเพียงความเห็นหรือดุลยพินิจอันนี้ ก็เป็นสิทธิของผมแหละครับว่าจะเชื่อหรือไม่

     ส่วนประเด็นนี้...ผมว่า ใจเย็นๆครับ  เราอย่ามาเถียงเพื่อหาข้อสรุปเลยครับ  ให้หน่วยงานที่เขามีหน้าที่ฟันธงนั่นแหละเป็นผู้สรุปเรื่องจึงจะยุติ...แต่ที่พวกเราพูดและเขียนนี่ ก็เป็นเพียงความคิดเห็นครับ  คงไม่มีใครไปบิดเบือนใครหรอกครับ...

     ขอโทษ...อย่าว่าผมสอนเลยนะครับ  วัฒนธรรมประชาธิปไตยนั้น  การแสดงความคิดเห็นของบุคคลถือเป็นเรื่องปกติ  ตราบใดถ้าไม่ไปกระทบสิทธิบุคคลอื่นๆก็ไม่น่าที่จะมีปัญหาแต่อย่างใด

     คนฟังคนอ่านก็เหมือนกัน เชื่อหรือไม่เชื่อ ผมว่า แต่ละท่านน่าจะใช้วิจารณญาณได้  ด้วยตัวของตัวเองมิใช่หรือครับ

                          ขอแสดงความนับถือ

                         นายสุขกาย  สุริยะโรจน์

   ประธานชมรมสมาชิกสภาเทศบาลแห่งประเทศไทย



นายสุขกาย สุริยะโรจน์ - sukkaisuriya at hotmail.com
2/08/2010 - 15:04 - 125.26.201.xx
ถ้ามี สท.เป็นอย่างนี้ สส.เป็นอย่างนี้ เทศบาล/รัฐบาลก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ทำไมไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทุกคนมีความหวัง อยากสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติ พี่น้องประชาชนทั้งสิ้น คุณคงอยู่ในความไม่ไว้วางใจผู้อื่น คิดว่าคนอื่นจะต้องทุจริตทั้งหมด ตัวเองดีอยู่คนเดียว หน่วยงาน องค์กร ราชการ เอกชน ในชาติต้องขับเคลื่อนพัฒนาไปด้วยกัน ทำไมมองในแง่เสียด้านเดียว เหรียญไม่ได้มีสองด้านนะครับ ยังมีขอบเหรียญอีก ลองคิดดูบ้าง การจะตั้งเงื่อนไข กติกา อะไรให้หน่วยงานปฏิบัติ ในขณะนั้น ผู้มีอำนาจพิจารณาก็ต้องคิดและพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เราก็มาตั้งกติกา เงื่อนไขกันใหม่สิครับ จะวิธีไหนก็แล้วแต่ความเหมาะสม ประเทศชาติไม่ใช่ของคุณสุขกายฯ คนเดียวนะครับ
อยากเสนอความเห็น ลบ -
3/08/2010 - 10:31 - 124.157.190.xx

00003-8 No. 5


หน้า : 1 2