เรียน ท่านพนักงานเทศบาลและพี่น้องผองเพื่อนที่เคารพรักทุกท่าน
ขอขอบคุณที่ท่านให้เกียรติตอบกระทู้ รวมทั้งการขอบคุณ ต่อตัวผม ก็เรียนย้ำอีกครั้งครับว่า...หน้าที่อย่างหนึ่งของพวกเราชาวท้องถิ่นคือการให้ข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย ถูกต้อง รวดเร็ว ปราศจากอคติ เพราะตัวผมเองเชื่อว่า พวกเราชาวท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายประจำ หรือฝ่ายสภา ล้วนแล้วเป็นปัญญาชนทั้งสิ้น คิดเป็น ฟังเป็น อ่านเป็น เขียนเป็น คือการที่ใครจะจูงใคร ครอบงำใคร คนระดับพวกเราไม่น่าที่จะให้เกิดขึ้นได้ ใช่ไหมครับ
ดังนั้น...ผมก็อยากฝากทุกท่านว่า การนำเสนอข้อความต่างๆบนกระดานสนทนา แน่นอนที่สุดว่า ย่อมหลากหลาย ทั้งลีลาและเนื้อหา บางที่ก็แฝงด้วยอารมณ์ ก็พิจารณาแยกแยะ กันดูก็แล้วกันครับ
สำหรับเรื่องค่าบำรุง สันนิบาตเทศบาล นี้ ไหนๆผมก็จับเรื่องนี้มาโดยตลอดก็ขอวิพากษ์ต่อนะครับ...คือเรื่องนี้ ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ชาวท้องถิ่นควรจดจำ กล่าวคือเป็นเรื่องที่กระทบต่อบุคลากรทุกฝ่าย ทั้งในและนอกองค์กรเทศบาล มีผลประโยชน์เป็นจำนวนเงินมหาศาล ในแต่ละปี ประมาณ 50-80 ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่า เพราะไม่รู้ว่าจะมีการเรียกเงินคืนหรือไม่อย่างไร หน่วยงานราชการสองหน่วยมีความเห็นขัดแย้ง คือ สตง.และกรมส่งเสริม บุคลากรของเทศบาลเองก็ขัดแย้งกัน เช่น ฝ่ายบริหารและฝ่ายสภา บุคลากรบางฝ่ายกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่เห็นๆ ก็คือ ปลัดเทศบาล ในฐานะเจ้าหน้าที่งบประมาณ ฝ่ายสภาเองก็อึดอัด เพราะถ้าพูดด้วยใจเป็นธรรมแล้ว ในฐานะฝ่ายที่จะต้องอนุมัติงบประมาณ ดังนั้นต้องรับผิดชอบเต็มๆล่ะครับ และเป็นคนแรกด้วยครับ
ส่วนฝ่ายที่ผมเห็นว่า งานนี้ตัดสินใจง่ายที่สุด ภาระความรับผิดชอบน้อยที่สุดคือ ฝ่ายบริหาร ที่พูดอย่างนี้ก็เพราะว่า..ฝ่ายนี้จะอ้างและโยนเรื่องเรื่องทั้งหมดไปที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่รับผิดชอบองค์กรปกครองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกรมการปกครอง หรือกรมส่งเสริม โดยเฉพาะการอ้างถึงหนังสือสั่งการ ฉบับยอดฮิต หนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท.0313.4/ว3889 ลงวันที่ 29 พ.ย.2538 ที่สั่งให้เทศบาลทุกแห่ง(ในขณะนั้น)จ่ายเงินค่าบำรุงสันนิบาตตามอัตราข้อบังคับของสมาคมในปีนั้นคือ อัตราร้อยละไม่น้อยกว่า เศษหนึ่งส่วนหกของรายได้ ไม่รวมเงินกู้ เงินอุดหนุน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ในขณะที่ปัจจุบันข้อบังคับ ส.ท.ท. คือ ไม่เกิน700,000 บาท และมีหนังสืออีกฉบับคือ หนังสือกรมการปกครอง ด่วนมาก ที่ มท 0313.4/ว2787 ลงวันที่ 18 พ.ย.2542 ซึ่งสาระสำคัญของหนังสือฉบับนี้ คือ ซักซ้อมการจัดทำงบประมาณรูปแบบใหม่ และกำหนดรูปแบบการจ่ายค่าบำรุงในลักษณะงบผูกพัน
เหตุผลข้ออ้างของ ส.ท.ท. และของกรมส่งเสริม เท่าที่ผมติดตามดูก็อ้างแค่นี้ล่ะครับ..เพราะฉะนั้น ท่านนายกเทศมนตรีทั้งหลาย แทบไม่ต้องมาเดือดร้อนจากการจ่ายเงินค่าบำรุงเลยครับ เพราะคนอนุมัติคือสภา ผิดหรือถูก สภาโดนเต็มๆ ฝ่ายประจำก็เหมือนกันผมว่า ทางออกน่าจะมีมากโยนให้ฝ่ายสภาและกรมส่งเสริมนั่นแหละครับ
แต่ผมมีข้อสังเกตล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องงบค่าบำรุง ส.ท.ท.ดังนี้ คือ ทำไมการจ่ายค่าบำรุงสมาคมสันนิบาตเทศบาลจะต้องจ่ายในรูปงบผูกพัน ...ทำไมไม่จ่ายในรูปแบบอื่น เช่น เงินอุดหนุน..เรื่องนี้ รับรองว่า มันต้องมีอะไรๆ แฝงไว้เยอะครับเอาเป็นว่า ตามไปเรื่อยๆครับ
แล้วผมจะชำแหละเรื่องนี้...
ขอแสดงความนับถือ
นายสุขกาย สุริยะโรจน์
ประธานชมรมสมาชิกสภาเทศบาลแห่งประเทศไทย
นายสุขกาย สุริยะโรจน์ - sukkaisuriya at hotmail.com 30/07/2010 - 10:22 - 125.26.204.xx ชมรมสมาชิกสภาเทศบาลแห่งประเทศไทย ใครตั้งครับ ตั้งแต่เมื่อใด แล้วใครเลือกท่านเป็นประธานครับ หรือว่าผมพึ่งมาใหม่เลยไม่รู้ สมาชิกสภาเทศบาลเช่นกัน ลบ - 30/07/2010 - 21:00 - 180.183.96.xx รายละเอียดเกี่ยวกับชมรมสมาชิกสภาเทศบาลแห่งประเทศไทย ดูได้ที่http://www.memberlocal.com/home/index.php/component/content/article/3--m-m-s/108-tes001.html
ส่วนประเด็นที่ท่านถามว่า ใครเลือกผมเป็นประธาน ก็บรรดาสมาชิกในชมรมนั่นแหละครับ...แต่การเลือกผมเป็นประธานนี้ มีลักษณะพิเศษคือ ท่านประธานวินัย ลาออก หลังจากนั้น สมาชิกเขาก็ซาวเสียงกัน เมื่อไม่มีใครค้านผม...ผมก็ได้เป็นประธานครับ
ชมรมของเราไม่มีเส้น ไม่มีอภิสิทธิ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และเราไม่เบียดบังเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ต่างๆ มาเสวยสุข พากันไปเที่ยวต่างประเทศ หรือประชุมกันอย่างหรูหรา ใช้เงิบแบบฟุ่มเฟื่อย
ชมรมพวกเราไม่เคยถูกถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งฟอกงบ นำเงินหลวงมาใช้แบบเงินราษฎร์ เสร็จแล้ว ก็ถูก สตง. เรียกเงินคืน
ชมรมของเรากำลังต่อสู้ เรื่องความไม่เป็นธรรมหลายๆด้านครับ ทั้งเรื่องที่อาจจะต้องคืนเงิน นี่ น่าจะเป็นฝ่ายสภาซะด้วย เพราะว่าเป็นฝ่ายที่อนุมัติโดยตรงครับ ทั้งๆที่ แทบจะไม่ได้ใช้เงินกะเขาเลย ซวยแท้ๆ นอกจากนี้ชมรมไม่สามารถขอเงินค่าบำรุงชมรมจาก เทศบาลได้ครับ เราก็เลยอยู่กันตามมีตามเกิด ดูแลรักษาผลประโยชน์ให้แก่สมาชิกสภาเทศบาลและพี่น้อประชาชน นี่ถ้าเรามีเงินบำรุงปีละ 80 ล้านบาท เหมือนกับบางองค์กรของเทศบาล ล่ะก็...ป่านนี้ งานของเทศบาลไปโลดแล้วครับ..โดยเฉพาะวงงาน ฝ่ายสภานี่...ไม่เหลาเหยแบบนี้ หรอกครับ นายสุขกาย สุริยะโรจน์ ลบ - 31/07/2010 - 13:24 - 125.26.200.xx
|