00528-1PHP infoBoard V.7 Plus
เสนอความเห็นการคำนวณบำนาญแบบใหม่

ต้องถูกโอนย้ายไปยังจังหวัดต่าง ๆ แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะเห็นสมควร ชีวิตที่ต้องเลี้ยงดูครอบครัว พ่อแม่ ลูกเมีย เงินเดือนที่น้อยกว่าระบบการจ้างงานของเอกชน ที่ไม่ค่อยจะสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ที่มีอัตราเติบโตของเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทุกปี ในแต่ละปีอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนทุกปี ๆ ช่องว่างความ***งระหว่างรายได้ที่ได้รับ กับรายจ่ายที่ต้องจ่ายก็***งกันออกไปทุกปี ยังดีที่รัฐบาลแต่ละยุค ยังเห็นใจมองถึงความทุกข์ยากของคนรับราชการที่ยังอยู่ในระบบ พยายามปรับโครงสร้างเงินเดือนให้ทันกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการในระบบ ถึงแม้จะมีความแตกต่างกันบ้างระหว่างข้าราชการชั้นผู้น้อยกับชั้นผู้ใหญ่

นับแต่วันแรก ที่ อายุครบ 60 ปี ถูกมองเป็นคนแก่ งานราชการไม่ต้องการ ถูกลดรายได้จากเงินเดือน เป็นเงินบำนาญ เหตุที่ลดลง เพราะ พรบ. บำเหน็จบำนาญ มาตรา 32 กำหนดวิธีการคำนวณบำนาญไว้ว่า (2) สำหรับบำนาญ ให้ตั้งเงินเดือนเดือนสุดท้ายหารด้วย ห้าสิบ คูณด้วยจำนวนปีเวลาราชการ เช่น เงินเดือน 20,000. บาท อายุราชการ 35 ปี คำนวณบำนาญออกมาแล้วคงเหลือเป็นเงินบำนาญ 14,000.-บาท

เนื่องจาก ฐานเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณก่อนเกษียณ ยังไม่มีการปรับโครงสร้างเงินเดือนในหลายครั้งที่ผ่านมา

ที่มีโอกาส สร้างอาชีพสำรองเอาไว้ตั้งแต่ยังรับราชการ มีข้าราชการกี่คนที่ไม่มีหนี้สิน จนถึงอายุครบ 60 ปี แล้ว ยังชำระหนี้ไม่หมด ออกจากราชการแล้วยังต้องกิน ต้องใช้ ยังมีชีวิตที่ต้องอยู่ในสังคม ยังมีหนี้สินที่ยังผ่อนชำระไม่หมด ในขณะที่รับราชการ เงินเดือนก็ชักหน้าไม่ค่อยจะถึงหลัง เงินบำนาญถูกลดลงไปยิ่งทำให้คนเกษียณ ต้องยากลำบากยิ่งขึ้น

การนับเวลาราชการ ก็มีความเหลื่อมล้ำ มีการทวีคูณ ทั้งที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยเดียวกัน บางอาชีพ บางตำแหน่ง เท่านั้นที่เสี่ยงภัย เช่นทหาร ตำรวจ ยิ่งชั้นยศ ตำแหน่งเล็ก ก็ยิ่งอันตรายมาก เช่นนั้นสมควรได้รับค่าตอบแทนการเสี่ยงภัยในทันที ที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ

ให้ตั้งเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีเวลาราชการ

ให้ตั้งเงินเดือนเดือนสุดท้ายหารด้วย ห้าสิบ คูณด้วยจำนวนปีเวลาราชการ

หารด้วย ห้าสิบห้า

มาตรา 32 (2)

ให้ได้รับเท่ากับเงินเดือน เดือนสุดท้าย

และได้รับเงินบำนาญน้อยกว่าเงินเดือนสุดท้ายก่อนออกจากราชการให้ได้รับเงินบำนาญเท่ากับเงินเดือนเดือนสุดท้าย ทั้งนี้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 เป็นต้นไป



คนแก่ในอนาคต - phaumsak at yahoo.com
1/07/2010 - 13:31 - 117.47.213.xx

 

ต้องถูกโอนย้ายไปยังจังหวัดต่าง ๆ แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะเห็นสมควร ชีวิตที่ต้องเลี้ยงดูครอบครัว พ่อแม่ ลูกเมีย เงินเดือนที่น้อยกว่าระบบการจ้างงานของเอกชน ที่ไม่ค่อยจะสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ที่มีอัตราเติบโตของเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทุกปี ในแต่ละปีอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนทุกปี ๆ ช่องว่างความ***งระหว่างรายได้ที่ได้รับ กับรายจ่ายที่ต้องจ่ายก็***งกันออกไปทุกปี ยังดีที่รัฐบาลแต่ละยุค ยังเห็นใจมองถึงความทุกข์ยากของคนรับราชการที่ยังอยู่ในระบบ พยายามปรับโครงสร้างเงินเดือนให้ทันกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการในระบบ ถึงแม้จะมีความแตกต่างกันบ้างระหว่างข้าราชการชั้นผู้น้อยกับชั้นผู้ใหญ่

นับแต่วันแรก ที่ อายุครบ 60 ปี ถูกมองเป็นคนแก่ งานราชการไม่ต้องการ ถูกลดรายได้จากเงินเดือน เป็นเงินบำนาญ เหตุที่ลดลง เพราะ พรบ. บำเหน็จบำนาญ มาตรา 32 กำหนดวิธีการคำนวณบำนาญไว้ว่า (2) สำหรับบำนาญ ให้ตั้งเงินเดือนเดือนสุดท้ายหารด้วย ห้าสิบ คูณด้วยจำนวนปีเวลาราชการ เช่น เงินเดือน 20,000. บาท อายุราชการ 35 ปี คำนวณบำนาญออกมาแล้วคงเหลือเป็นเงินบำนาญ 14,000.-บาท

เนื่องจาก ฐานเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณก่อนเกษียณ ยังไม่มีการปรับโครงสร้างเงินเดือนในหลายครั้งที่ผ่านมา

ที่มีโอกาส สร้างอาชีพสำรองเอาไว้ตั้งแต่ยังรับราชการ มีข้าราชการกี่คนที่ไม่มีหนี้สิน จนถึงอายุครบ 60 ปี แล้ว ยังชำระหนี้ไม่หมด ออกจากราชการแล้วยังต้องกิน ต้องใช้ ยังมีชีวิตที่ต้องอยู่ในสังคม ยังมีหนี้สินที่ยังผ่อนชำระไม่หมด ในขณะที่รับราชการ เงินเดือนก็ชักหน้าไม่ค่อยจะถึงหลัง เงินบำนาญถูกลดลงไปยิ่งทำให้คนเกษียณ ต้องยากลำบากยิ่งขึ้น

การนับเวลาราชการ ก็มีความเหลื่อมล้ำ มีการทวีคูณ ทั้งที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยเดียวกัน บางอาชีพ บางตำแหน่ง เท่านั้นที่เสี่ยงภัย เช่นทหาร ตำรวจ ยิ่งชั้นยศ ตำแหน่งเล็ก ก็ยิ่งอันตรายมาก เช่นนั้นสมควรได้รับค่าตอบแทนการเสี่ยงภัยในทันที ที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ

ให้ตั้งเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีเวลาราชการ

ให้ตั้งเงินเดือนเดือนสุดท้ายหารด้วย ห้าสิบ คูณด้วยจำนวนปีเวลาราชการ

หารด้วย ห้าสิบห้า

มาตรา 32 (2)

ให้ได้รับเท่ากับเงินเดือน เดือนสุดท้าย

และได้รับเงินบำนาญน้อยกว่าเงินเดือนสุดท้ายก่อนออกจากราชการให้ได้รับเงินบำนาญเท่ากับเงินเดือนเดือนสุดท้าย ทั้งนี้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 เป็นต้นไป

 



คนแก่ในอนาคต - phaumsak at yahoo.com
1/07/2010 - 13:44 - 117.47.213.xx
เห็นด้วยอย่างมากกับความคิดของคุณ แล้วใครล่ะจะเป็นผู้ผลักดันให้ความฝันเป็นความจริงขึ้นมาได้ อยากให้แก้ระเบียบในเรื่องนี้จริง ๆ เหมือนระเบียบบริหารงานบุคคลด้านอ่น ๆ ให้มีความคิดทันโลก ทันเหตุการณ์ซะบ้าง ไม่ใช่ตัวหารยังใช้แบบโบราณ ที่ค่าครองชีพยังต่ำอยู่ ขอร่วมสนับสนุนด้วยคน
คนท้องถิ่นใกล้เกษียณ ลบ -
12/07/2010 - 16:09 - 117.47.40.xx

00528-1 No. 1

ข้าราชการก็อย่างนี้แหละ กู้ตั้งเริ่มทำงานจนเกษียณ ถ้าไม่กู้ ก็ไม่พอจะใช้ เมื่อรับบำนาญแล้วธนาคารยังให้กู้ได้อีก อีกอย่างเงินตายยังเอามาให้ใช้ก่อนอีก สุดท้ายเงินจัดงานศพ แทบไม่มี เงินเดือนคูณอายุราชการหารห้าสิบก็โอเคนะ แต่รัฐบาลควรมีสวีสดิการ เช่นฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อให้ข้าราชการมีแหล่งเงินทุนตอนตายไว้ใช้หนี้เพื่อให้เกิดความมั่นคง เช่นมีข้าราชการ 3000000คน ถ้ามีฌาปนกิจข้าราชการรวมกันอยู่ที่เดียว เก็บศพละ 1 บาท ทั่วประเทศ3ล้านคนก็ได้3ล้านบาท เอาตัวอย่างสหกรณ์สาธารณสุข สหกรณ์ครูดูสิ รัฐบาลควรทำมากๆ ข้าราชการมีเท่าไหร่ให้สมัครให้หมด ค่าสมัครแรกเข้าคนละ100 บาท3000000คน ก็ได้เงินทุน 300000000บาทแล้ว ต่อไปถ้ามีข้าราชการตาย เก็บศพละ 1 บาท ก็จะได้เงินให้ทายาทคละ 3ล้านบาท หรือไม่ก็พอหักชำระหนี้สินได้ ไม่ลำบากลูกเมีย



ชง - keerawat-donk at hotmail.com
24/01/2011 - 18:50 - 223.207.106.xx

00528-1 No. 2


หน้า : 1