00572-1PHP infoBoard V.7 Plus
ค่าลงทะเบียนอบรม(อีกครั้ง)

สอบถามฝ่ายวิชาการ  กรณีอบรมโครงการผลิตเว็บไซต์ของสมาคมฯ  ร่วมกับเทศบาลตำบลสามแยก  ค่าลงทะเบียน  19,500 บาท  เบิกจ่ายตามระเบียบใด  เนื่องจาก

1.หนังสือขออนุญาต  กรมส่งเสริมฯ ตอบว่า หน่วยงานสามารถจัดฝึกอบรมได้  และผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ตามระเบียบ มท. ข้อ 22

2. ระเบียบ มท. ข้อ 22 (1)  กำหนดว่า  การฝึกอบรมที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ส่วนราชการ  หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ  องค์การมหาชน  รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา  ที่จัดหรือร่วมกันจัดตามหลักสูตรหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานนั้น  ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงในอัตราที่หน่วยงานผู้จัดเรียกเก็บ

3. ระเบียบ มท. ข้อ 22(2) สรุปว่า  นอกจาก (1) ให้เบิกค่าลงทะเบียนได้  400/600  บาท ต่อวัน

4. ตามข้อ 2  สตง.ให้ดูที่อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่จัดฝึกอบรมว่ามีอำนาจหน้าที่จัดอบรมให้  อปท.หรือไม่



ป.ปลา - pom at hotmail.com
20/08/2010 - 09:52 - 125.26.91.xx
เป็นการอบรมที่แพง มข.อบรมเขียนเว็บ ๗๐๐๐ บาท ก็ถือว่าแพงแล้ว
ม.สารคาม ๓๐๐๐ เอง
ป.เขียดอีโม้ ลบ -
20/08/2010 - 11:09 - 61.19.66.xx

 

ตอบคำถามคุณ ป.ปลาครับ

ข้อ 1 ข้อ ๒๒ ค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมตามข้อ ๑๕ ที่หน่วยงานผู้จัดฝึกอบรมเรียกเก็บเป็น
ค่าลงทะเบียน ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายทำนองเดียวกันที่เรียกชื่ออย่างอื่น ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
เบิกจ่ายได้ ดังนี้
(๑) การฝึกอบรมที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ หน่วยงานอิสระตาม
รัฐธรรมนูญ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา ที่จัดหรือ
ร่วมกันจัดตามหลักสูตรหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานนั้น ให้เบิกจ่ายได้
เท่าที่จ่ายจริงในอัตราที่หน่วยงานผู้จัดเรียกเก็บ

ข้อ 2 ตอบ   องค์กรปกครองท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการฝึกอบรมได้ครับ เหตุผลตามนี้นะครับ

พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๑๖ ให้เทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองดังนี้
(๙) การจัดการศึกษา
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
"การศึกษา" หมายความว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงาม ของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทยก็มีอำนาจหน้าที่จัดการฝึกอบรมได้ครับ เพราะข้อบังคับสมาคมฯได้เขียนไว้ในข้อ
15.12 วิชาการ
(1) จัดกิจกรรมเกี่ยวกับด้านวิชาการและฝึกอบรมให้แก่สมาชิก
(2) จัดทำเอกสารด้านวิชาการ
 ปล.สำหรับข้อสอบนี้นะครับ ไม่ต้องกังวล ไม่ในการเบิกจ่ายอยู่แล้วครับ เพราะท่านที่เข้ารับการอบรมในลักษณะนี้ ท่าน สามารถเบิกจ่ายได้ตาม  ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2549 ข้อ 22 โดยไม่ต้องไปคำนึงว่าหน่วยงานที่จัดมีหน้าที่หรือไม่ขอให้เพียงเป็น หน่วยงานตามนิยาม ของ ระเบียบนี้ก็พอคือ “หน่วยงานผู้จัด” หมายความว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือ
หน่วยงานอื่นที่มิใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจจัดหรือจัดร่วมกัน
สตง.จะไปไล่ตามที่หน่วยงานผู้จัดว่าคุณมีอำนาจหน้าที่ในการจัดหรือเปล่า จะไปไล่คนเข้าร่วมอบรมไม่ได้ถ้าหากว่า เขาไปร่วมอบรมสัมนาตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ในระเบียบแล้ว เพราะถ้ามาไล่คนเข้าร่วมอบรมสัมนาก็เหมือนกับเป็นการไปไล่ ที่ปลายเหตุ เว้นแต่การจัดการฝึกอบรมสัมนาของ เอกชน เนื่องจาก สตง.ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้
ข้อ 3 ตอบ  ถ้าเป็นการจัดของหน่วยงาน เอกชน ตามลำพัง ถึงแม้ว่าหน่วยงานเอกชน หน่วยนั้น จะมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง เพื่อ การอบรม สัมนา หรือจัดการศึกษาก็ตาม เช่น โรงเรียนเอกชน มหาวิทยาลัย เอกชน สถาบันพัฒนาบุคลากรต่าง จะเบิกค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนได้ตาม ระเบียบ ข้อ 22 (2) คือ 400 / 600 บาท เท่านั้น แต่ถ้า หน่วยงานเหล่านั้นไปจัดร่วมกับ หน่วยงานของรัฐ ก็สามารถเบิกจ่ายค่าลงทะเบียนได้ตาม ข้อ 22 (1) คือเบิกได้เต็มตามที่เรียกเก็บ
ข้อ 4 ตอบ การฝึกอบรม พัฒนาบุคลากร เป็น หนึ่งตัวชี้วัดของธรรมาภิบาล การฝึกอบรม ประชุม สัมนาใดก็ตามที่ผู้บังคับชาเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวบุคลากร จะสามารถทำให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น สามารถนำความรู้กลับมาใช้ในการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลเพิ่มขึ้นก็เป็นดุลยนิจของ ผู้บังคับบัญชาและ เมื่อผู้บังคับบัญชาอนุญาตแล้วก็สามารถเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆได้ตามระเบียบ (ดูคำพิพากษาศาลปกครอง ตามลิงค์นี้ประกอบนะครับ http://www.tessaban.com/images/admincourt/rayong.pdf)


ตอบคำถามของคุณ ป.เขียดอีโม้
นะครับ  จากที่ข้อความที่ว่า "เป็นการอบรมที่แพง มข.อบรมเขียนเว็บ ๗๐๐๐ บาท ก็ถือว่าแพงแล้ว
ม.สารคาม ๓๐๐๐ เอง"
   ตอบ ครับ การอบรมสัมนาคงไม่มีอะไรแพงเกินกว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถในการทำงานนะครับ พอดีโครงการนี้ผมเองเป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบอยู่ด้วยก็ขอนำเรียนเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าร่วมโครงการนะครับว่าแพงหรือไม่
  ค่าลงทะเบียน 19,500 บาท จะได้
 1. สร้างเว็บไซต์ ให้ใหม่ทั้งเว็บไซต์ครับ มีระบบที่จำเป็นต่างๆ ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารครบถ้วน
 2. จะได้ พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล (Hosting) มากกว่า 500 MB คือจะมีการเพิ่มขึ้นให้ตามความเหมาะสมแต่ขั้นต่ำคือ 500 MB
 3.จะได้ โดเมนแนม ดอด GO.TH ไม่ใช่ ดอด COM หรือ ดอด NET เป็นชื่อของหน่วยงานที่เข้ารับการอบรมเป็นคนกำหนดเอง (ไม่ใช่ subdomain)
 4.เจ้าหน้าที่เข้ารับการอบรมการเขียนเว็บไซต์ และ ใช้งาน จำนวน 2 คน 5 วัน พร้อมอาหารกลาง และรับรองว่าทำได้แน่นอนถ้าทำไม่ได้มีซ่อมให้ฟรี
 5.การพัฒนา templateS ให้เลือกใช้ฟรีตลอดอายุการใช้งานและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาโดยทีมงานของ บริษัทและสมาคมฯ
 6.เป็นการเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่ ทั้งหมด ไม่ได้ใช้ Code สำเสร็จรูปมาสอนหรือนำมาให้ใช้เป็นเว็บไซต์ประจำหน่วยงานซึ่งอาจจะถูกผู้ไม่ระสงค์ดีรู้ช่องโหว่และโจมตีได้
 ก็ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนะครับว่าแพงจริงหรือเปล่า




Admin : กรรมการฝ่ายวิชาการ กรรมการฝ่ายวิชาการ   [แก้ไข]
20/08/2010 - 15:54

- แก้ไขล่าสุด
20/08/2010 - 15:56


00572-1 No. 1

เรียน ฝ่ายวิชาการ

1.คำพิพากษา  เป็นเการเพิกถอนหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทย  ปี 2546  แล้ว กระกรวงก็มาออกระเบียบ ปี 2549  กำหนดอัตราค่าลงทะเบียนอบรม

2.ในประเด็น พรบ.กำหนดแผนฯ มาตรา 16 (9) การจัดการศึกษา  จะต้องตีความอีกว่าจัดการศึกษาให้ประชาชนในเขตของตน  หรือจัดการศึกษา(อบรม)ให้กับเจ้าหน้าที่จาก อปท.อื่น ๆได้หรือไม่

3. ในส่วนหน้าที่ของสมาคมฯ ไม่ขอพิจารณาเพราะไม่ใช่ส่วนราชการ

4.ตอนนี้เทศบาลผมถูกเรียกเงินคืนจากการเข้าอบรมของ  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อีก  มหาวิทยาลัยเหล่านี้ถือเป็นส่วนราชการตามระเบียบ มท.หรือไม่  เพราะ สตง.ถามว่ามหาวิทยาลัยมีหน้าที่อบรมให้  อปท.หรือไม่  เราก็ไม่รู้  หรือต้องไปดูกฎหมายที่เขาจัดตั้งมหาวิทยาลัย  กรุณาให้คำตอบที่ชัดเจน  หรือถ้ามีเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมจะตอบได้ก็ขอความกรุณาด้วย  ถ้าเป็นไปได้ขอเบอร์โทรมือถือเจ้าหน้าที่ของกรมฯ  เพราะเบอร์สำนักงานติดต่ออยากมาก



ป.ปลา - pom at hotmail.com
20/08/2010 - 16:33 - 180.180.161.xx

00572-1 No. 2

ตอบคุณ ป.ปลา
ข้อ 1. ถูกต้องครับ คำพิพากษาศาลปกครอง เป็นเการเพิกถอนหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทย  ปี 2546  แล้วมาออก ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2549เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการจัดการฝึกอบรมขององค์กปกครองท้องถิ่น
ที่ผมยก คำพิพากษามาให้ดูก็เพื่อเป็นการตอบคำถามข้อที่ 4  เกี่ยวกับเรื่องการเดินทางไปราชการในการเข้ารับการฝึกอบรมและการจัดการฝึกอบรม ว่าเจนตนารมณ์แล้วเขาไม่สามารถจะ ล็อคหรือกำหนดให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นการฝึกอบรมได้ และถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีประโยชน์อนุมัติให้ไปราชการย่อมเบิกจ่ายได้
แต่หนังสือดังกล่าว ตามคำพิพากษาเขา กระทรวงมหาดไทย กำหนดให้แค่ กรมส่งเสริมเสริมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย เท่านั้นเป็นผู้จัดการฝึกอบรมและเข้ารับการอบรมของท้องถิ่น หน่วยงานอื่นต้องขออนุญาต จึงมีการนำหนังสือดังกล่าวไปฟ้องศาลปกครอง และหนังสือตัวนี้ก็ถูกยกเลิกโดยคำพิพากษา การจัดการฝึกอบรมสัมนา และการเดินทางไปราชการจึงเปิดกว้าง
ดังที่ผมได้ตอบคำถามในด้านบนนะครับ คือผมต้องการให้ท่านอ่านคำพิพากษาทุกตัวอักษรแล้วจะเข้าใจเจนตนารมณ์ ของการจัดการฝึกอบรมเป็นอย่างดีครับ ไม่ใช่เฉพาะแค่การยกเลิกหนังสือดังกล่าว แต่คำพิพากษาได้กล่าวอ้างอิงถึง รัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ ที่เกี่ยวกับการฝึกอบรม การเป็นอิสระทางวิชาการมากมายครับ
ข้อ 2 จริงๆ แล้วท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ในการจัดการฝึกอบรมได้ ตาม  ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2549อยู่แล้ว นะตามบทนิยามของระเบียบ แต่ที่ยก กฎหมายขึ้นมาประกอบก็เพื่อชี้ให้เห็นว่า ท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ทำได้มากมาย ครับ
ข้อ 3 องค์กรเอกชนก็จัดการฝึกอบรมได้ แต่ต้องทำตามเงื่อนไขใน ระเบียบ ข้อ 22 ค่าลงทะเบียนไม่เกิน 400 หรือ 600 บาท
ข้อ 4 มหาวิทยาลัยต่างๆ  สามารถจัดการฝึกอบรมสัมนาได้อยู่แล้วครับ ถ้าเป็นของรัฐ ก็เบิกจ่ายค่าลงทะเบียนได้เต็ม ถ้าเป็นเอกชนก็เหมือนข้อ 3 คุณก็อย่าไปคืนตามที่ สตง.เขาทักท้วงซิครับ ชี้แจงหรือยัง ถ้าชี้แจงเป็นหนังสือแล้ว ยังเรียกไม่ยกเรื่อง คุณก็ส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการวินัยฉัย ถ้าผู้ว่าฯเป็นด้วยกับ สตง.ส่งเรื่องมา ครับ สมาคมฯจะช่วยดูให้   เพื่อพิจารณายืนฟ้องศาลปกครองต่อไป รับดำเนินการให้ทุกอย่าง ให้มอบอำนาจมาก็พอ
ถ้าหากว่าทำตามที่  กำหนดในระเบียบแล้ว

 ขอบคุณ คุณ ป.ปลา นะครับ ที่ร่วมแสดงปัญหา ตอนนี้ สมาคมฯเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการ เสนอให้มีการแก้ไข ระเบียบ กฎหมาย หนังสือสั่งการที่เป็นปัญหาอุปสรรค์ต่อการบริหารงานของท้องถิ่น ถ้า คุณ ป.ปลาเห็นว่าระเบียบ ใด กฎหมายใด หรือหนังสือสั่งการใดเป็นปัญหาอุปสรรค์ต่อการทำงานของท้องถิ่น ให้ร่วมแสดงความเห็นมาได้ที่
 http://www.tessaban.com/newsdetail.php?id=425 นะครับ



กรรมการฝ่ายวิชาการ - nom2513 at gmail.com
21/08/2010 - 01:07 - 125.26.141.xx

00572-1 No. 3

ขอบคุณครับ  แล้วจะทำตามคำแนะนำ



ป.ปลา - pom at hotmail.com
21/08/2010 - 16:50 - 114.128.127.xx

00572-1 No. 4


หน้า : 1